‘Cainites’ เผ่าพันธุ์แวมไพร์ชีพอนันต์ใน Vampire: The Masquerade

เรื่องราวในจักรวาล World of Darkness เป็นสิ่งที่น่าเย้ายวนและน่าค้นหา อย่างสุดขีด หาได้ต่างอะไรกับสิ่งลี้ลับในเงามืด พร้อมเชื้อเชิญและดึงดูดเรา เขาไปสัมผัสความสุดยอดในเนื้อหาของมัน รวมไปถึงการกลับมาของวิดีโอเกมมากมายซึ่งอ้างอิงในจักรวาลดังกล่าว จึงเป็นเวลาอันเหมาะสม สำหรับการได้นำเสนอเรื่องราวในจักรวาล World of Darkness ซึ่งเป็นเรื่องราวเบื้องหลังของวิดีโอเกมอย่าง Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2

bloodlines 2
แด่การกลับมาของ Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2

Vampires เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในจักรวาล World of Darkness และเป็นเผ่าพันธุ์หลักใน Vampire: The Masquerade ซึ่งแบ่งเป็นสองสายพันธุ์ ก็คือ Cainites ชนชาติตะวันตกผู้ทรงอิทธิพล และ Kuei-jin ชาวตะวันออก โดยเราจะกล่าวถึงเรื่องราวของ Cainites เป็นสำคัญ

The Cainites

Cainites หรือเรียกอีกชื่อว่า Kindred เป็นผู้สืบเชื้อสายของ Caine (‘Biblical Cain’ เป็น vampire ตัวแรกในโลก และทรงพลังที่สุด ในตำนานของจักรวาล World of Darkness) ถูกสาปให้หิวกระหายในคาวโลหิต ผิดเพี้ยนต่อธรรมชาติมนุษย์ด้วยการถูกหยุดโดยแสงตะวัน อันไร้ซึ่งเวียนวายตายเกิด พวกเขาจำใจต้องอยู่ใต้อาณัติของ Beast (สัตว์ร้ายในใจ) ซึ่งเหล่า Cainites จะพยายามมิให้มันเข้ามาครอบงำความเป็นมนุษย์สิ้นเชิง อันจักกระตุ้นความหิวกระหาย ความโมโหโทสะ ความอ่อนแออันตราย

Vampire-The-Masquerade-05
Caine

Cainites จะใช้ชีวิตภายในเมืองปกติสุข ซึ่งควบคุมตามครรลองระบบศักดินาในแต่ละอาณาเขตของผู้ปกครองอย่าง Prince ชีวิตในเมืองจะเต็มไปด้วยเรื่องราวของแง่การเมือง รวมไปถึงความหวาดระแวง เนื่องจากการชิงดีชิงเด่นเพื่ออำนาจ การควบคุม และอาหาร เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกปกครองด้วยความกลัว โดยเฉพาะความกลัวที่จะถูกเปิดเผยต่อ Kine หรือมนุษย์ปกติชน (เป็นศัพท์ที่ทาง Cainites ใช้เรียกมนุษย์ทั่วไป)

ตั้งแต่การมีอยู่ของ Inquisition องค์กรในสังกัดของคริสตจักรโรมันคาทอลิก มีเป้าหมายจัดการทำลายโลกของเหล่าสิ่งชั่วร้ายและพวกนอกรีตทุกรูปแบบในนามของพระผู้เป็นเจ้า ฝั่ง Cainites จึงสร้างกฎที่มีชื่อว่า Masquerade มีจุดประสงค์ให้ vampire หลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวตนและการมีอยู่ต่อบรรดา Kine ในปัจจุบัน เหล่า vampire ที่มีความเชี่ยวชาญในทางวิทยาศาสตร์ ได้จำแนกเผ่าพันธุ์ของตนเป็น Homo Sapiens Sanguineus, Homo Sapientissimus หรือแม้กระทั่ง Homo Vampiricus

Vampire-The-Masquerade-02
คมเขี้ยวของ vampire

ลักษณะพิเศษเหนือธรรมชาติ

vampire ถูกสร้างขึ้นผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Embrace ในขณะทำการ Embrace ฝั่ง vampire จะทำการดูดเลือดทุกหยดของเหยื่อ และถ่ายเลือดส่วนน้อยของตน (ปกติจะเพียงหยดเดียว) ส่งผลให้ซากศพคืนชีพเป็น vampire ที่อยู่ในสภาพกระหายเลือดสุดขั้ว และคืนชีพในทันทีทันใด แต่ถ้าเป็นรุ่นสูง (generation) จะคืนชีพช้ากว่าปกติ ตัว vampire ที่ทำการเริ่มกระบวนการ Embrace จะเรียกว่า Sire ส่วน vampire ตนใหม่จะเรียกว่า Sire’s Childe

เมื่อถูก Embrace อวัยวะภายในทั้งหมดจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉา น้ำเกือบทั้งหมดในร่างกาย ถูกทดแทนโดยเลือด เว้นแต่กระเพาะ ที่เต้นเร้ารัวด้วยเลือดที่ vampire บริโภคมาก่อนหน้า

โดย vampire จะใช้เลือดในหลายจุดประสงค์ ซึ่งเลือดจะเรียกอีกชื่อว่า Vitae

  • อย่างลืมว่าน้ำในร่างกายถูกแทนที่ด้วยเลือด จึงร้องไห้เป็นสายเลือด ร่วมถึงเหงื่อที่ออกมาเป็นเลือดในบางครั้ง
  • เลือดยังถูกใช้เพื่อดำรงชีพ ทุกคืน vampire จะใช้เลือดจำนวนหนึ่งเพื่อฟื้นขึ้นมาดำรงชีพ
  • vampire สามารถใช้เลือดเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งทางร่างกาย รวมไปถึงเป็นพลังงานในการใช้พลังเหนือธรรมชาติ ที่เรียกว่า Disciplines
  • ใช้ในกระบวนการ Embrace อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น
  • ใช้ในการสร้าง Ghoul
  • ใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บ

ผลจากการ Embrace ตัว vampire จะไร้ชีวิตชีวาและซูบกว่าตอนยังเป็นมนุษย์ (ก่อนจะ Embrace) เว้นแต่บางกลุ่ม (clan) ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างรุนแรง อย่างเช่น Nosferatu หรือ Cappadocians

Vampire-The-Masquerade-03
Gangrel Ghoul

ปกติแล้ว vampire จะดื่มเลือดเป็นอาหารจากมนุษย์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะดื่มเลือดจากสิ่งมีชีวิตอื่นได้ แต่พวกเขาไม่รู้สึกอภิรมย์นัก กระบวนการดื่มเลือดเรียกแบบสละสลวยว่า Kiss ซึ่ง vampire จะไม่ดูดเลือดเหยื่อทั้งหมดแบบการ Embrace (แต่พวก vampire ประเภทโฉดชั่วมักทำแบบนั้น) โดยสามารถซ่อนรอยกัดที่ซอกคอได้โดยการเลียกลบ กระบวนการ Kiss เป็นที่ถูกใจและสรรค์สร้างความสุขีอย่างมากโขให้แก่เหล่า vampire และเหล่าเหยื่อเช่นกัน โดย Vessels หรือเหยื่อที่มีปริมาณเลือดในระดับมากกว่าปกติ หากถูกดูดเลือดเป็นประจำ จะเกิดอาการเสพติดการ Kiss ไปเสีย

การร่างกายของ vampire จะเปลี่ยนไปทันทีหลังจากถูก Embrace พวกเขาไม่สามารถกินอาหารปกติได้อีกต่อไป กินเข้าไปก็อ้วกออกมาในขณะนั้น หรือบางพวกที่สามารถฝืนกินเข้าไปได้ ผ่านไปสักพักอาหารก็ไหลย้อนกลับออกมาอยู่ดี พวกเขาไม่มีความต้องการทางเพศ แต่สามารถทำเป็นมีอารมณ์ได้ ถ้าต้องการ และจะรู้สึกดีไปกับมันด้วย แต่ความปรารถนาของเหล่ามนุษย์ทั้งหมดดูเหมือนไม่รุนแรงเท่าความปีติสุขของการ Kiss นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย การได้เป็น vampire จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสติปัญญา และอารมณ์ พวกเขาเป็นนักล่าไปแล้ว ซึ่งมี Beast ที่รอกลืนกิน ควบคุมร่างกาย

หลังจากถูก Embrace สภาพร่างกายของตัว vampire จะถูกหยุดไว้ในช่วงเวลานั้น ๆ โดยพวกเขาจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมที่ถูกหยุดเอาไว้ในตอน Embrace ในตอนที่ฟื้นมาในทุกคืน แต่อาการบาดเจ็บจะไม่ถูกรักษาด้วยตนเอง ต้องรักษาด้วยเลือดเท่านั้น ซึ่งถ้าหากบาดเจ็บอย่างรุนแรง vampire สามารถเข้าสู่สภาวะจำศีล หรือที่เรียกว่า Torpor เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ สภาวะ Torpor อาจอยู่ได้นานถึงหลายศตวรรษ ขึ้นอยู่กับกรณี และ vampire จะแก่ขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากใช้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ Torpor ยังใช้เพื่อย้ายยุคสมัยที่ตนไม่ต้องการอยู่ อาจเพราะสภาพทางสังคม หรือปัญหาส่วนตัว

ซึ่งจำนวนเวลาของการจำศีลจะขึ้นอยู่กับค่าความเป็นมนุษย์หรือจรรยาในตัวเอง

ค่าความเป็นมนุษย์หรือจรรยา ระยะเวลาการจำศีล
10                                                 หนึ่งวัน
9                                                    สามวัน
8                                                    หนึ่งสัปดาห์
7                                                    สองสัปดาห์
6                                                    หนึ่งเดือน
5                                                    หนึ่งปี
4                                                    หนึ่งทศวรรษ
3                                                    ห้าทศวรรษ
2                                                    หนึ่งศตวรรษ
1                                                    หน้าศตวรรษ
0                                                    สหัสวรรษขึ้นไป

รุ่นของเหล่า Cainites

vampire ทุกตนมีรุ่นเป็นของตัวเอง จากรุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 15 (รุ่นที่ 16 กำลังจะมา) โดยรุ่นแรกสุดก็คือ Caine ในส่วน vampire ที่เป็น Sire’s Childe จะอยู่ในรุ่นที่สูงกว่า Sire ของตน ถอยห่างจากต้นสายเลือดอย่าง Caine ไปเรื่อย ๆ อย่างเช่นถ้า Sire อยู่ในรุ่นที่ 13 ทาง Sire’s Childe จะอยู่ในรุ่นที่ 14 เรียกได้ว่ายิ่งห่างรุ่น ยิ่งเลือดจางนั้นเอง โดยรุ่นจะมีผลต่อหลายด้าน อย่างเช่นพลังจิตไม่สามารถใช้ต่อ vampire ที่มีรุ่นต่ำกว่า และยิ่งรุ่นต่ำมากเท่าไร ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น (หากยังจำกันได้ว่ายิ่งรุ่นต่ำ ยิ่งฟื้นตัวไว)

Vampire ไม่สามารถลดรุ่นของตัวเองได้ นอกจากการทำ Diablerie คือการดื่มเลือดของ Cainites ด้วยกันเอง และดูดวิญญาณของเหยื่อมาเป็นของตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก และถือเป็นอาชญากรรมขั้นรุนแรง

จุดอ่อนของ Cainites

หากไม่นับร่วมจุดอ่อนเฉพาะตัวของกลุ่มที่สังกัด Cainites จะมีจุดอ่อนเหมือนกัน

  • ต้องดูดเลือดสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อเอาใช้ชีวิตรอดและรักษาแผล (แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง อย่างเช่น Nagaraja ที่ไม่ใช่เพียงกินเลือด แต่ต้องกินเนื้อสด ๆ เลยทีเดียว)
  • แน่นอนว่าพวกเขาเพลี่ยงพล้ำให้กับเปลวไฟ, แสงอาทิตย์, การตัดศีรษะ, คมเขี้ยว, กรงเล็บ และพลังเหนือธรรมชาติจากสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอื่น ๆ
  • การแทงหัวใจจะทำให้อยู่ในสภาวะชะงัก

หลังจากถูก Embrace เหล่า vampire ต้องระวังอิทธิพลของ Beast ที่จะเข้าครอบงำจิตใจ Beast จะกัดเซาะจิตใจอย่างต่อเนื่อง หากแรงปรารถนาของ Beast เกินความสามารถในการควบคุม จะเกิดการตอบสนองในรูปแบบของ Frenzy (การตอบสนองโดยสู้หรือหนี) หรือ Rötschreck (อาการหวาดกลัวขั้นรุนแรงจนไร้สติสัมปชัญญะ)

Vampire-The-Masquerade-06
แสงแดด แผดเผา

โดย vampire สามารถเสียการควบคุมอย่างถาวร ตายไปจากจิตใจ เสียร่างเนื้อให้ Beast อย่างสมบูรณ์แล้วเข้าสู่สถานะ Wassail เป็นสภาวะการ Frenzy ถาวร ค่าความเป็นมนุษย์เหลือ 0 กลายเป็นเครื่องจักรสังหารเต็มรูปแบบ

ความเป็นมาของ Cainites

เรื่องราวของเผ่าพันธุ์ Cainites เริ่มต้นที่ชาวนานามว่า Caine เขาได้ลงมือฆ่าน้องชายของตนอย่าง Abel ต่อมา Caine จึงถูกพระเจ้าเนรเทศไปยัง Nod ดินแดนตะวันออกของ Eden โดยเขาได้พบ Lilith นอกดินแดน Nod เธอได้สอนเขาในเรื่องพื้นฐานของพลัง vampire ในเวลานี้เอง Caine ถูกสาปโดย Angel ให้เพลี่ยงพล้ำต่อไฟ, แสงอาทิตย์ และการถูกทรยศจากผู้สืบสายเลือดของเขา (และเป็นจุดอ่อนที่ตกทอดไปยังรุ่นลูกหลานตามที่เราทราบกันดี)

Vampire-The-Masquerade-04
ขณะที่ Caine ฆ่าน้องชายของตน Abel

Caine ได้เดินทางไปที่เมือง Enoch เมืองแรกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขาทำการ Embrace กษัตริย์ของเมือง จนตนกลายเป็น God-King ของเมือง พร้อมทั้งได้ Embrace อีกสองคน ทั้งสามกลายเป็นรุ่นที่สอง ได้แก่

  • Enoch, the Wise (อดีตกษัตริย์ของ เมือง Enoch) เป็นที่ปรึกษาของ Caine
  • Irad, the Strong ทหารมือขวาของ Caine
  • Zillah, the Beautiful ภรรยาคนแรกของ Caine

Enoch, Irad และ Zillah ได้ทำการ Embrace มนุษย์จำนวนสิบสามคน ซึ่งกลายเป็นรุ่นที่สาม เราเรียกรุ่นนี้ว่า Antediluvian ซึ่งพวกเขาทั้งสิบสามได้ก่อตั้งกลุ่มเป็นของตัวเอง ซึ่งทั้งสิบสามกลุ่ม กลายเป็นกลุ่มหลักของเหล่า Cainites

จากนั้นเกิดเหตุการณ์ Deluge หรือ น้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยพระเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อทำลายเมือง Enoch พวก Antediluvian เอาตัวรอดจากการกัดกินตัวเองจนน้ำลดระดับ ช่วงเวลาหลังจากนี้ ได้เกิดการต่อต้านของ Antediluvian แก่เหล่ารุ่นที่สอง

Antediluvian สร้าง Second City ซึ่งพวกเขาปกครองดังเป็นพระเจ้า จนกระทั่ง Caine กลับมา และได้ลงโทษพวกเขาทั้งหมดสำหรับการก่อกบฏและต่อต้าน Sire ของตน โดยสาปให้แต่ละกลุ่มของพวกเขามีคำสาปประจำกลุ่ม และ Caine ก็จากไป

Antediluvian เดินทางไปทั่วโลกเพื่อ Embrace เพิ่มจำนวนผู้สืบทอด แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็เขาสู่ภาวะ Torpor และจะตื่นขึ้นมาล้างบางเหล่าพี่น้อง vampire ทำลายล้างโลก ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Gehenna รวมไปถึงการตื่นของ Caine เพื่อกลับมาลงลงทัณฑ์อีกครั้ง พวก Camarilla เชื่อว่า Gehenna เป็นเรื่องหลอกลวง แต่แตกต่างกับพวก Sabbat ที่หมกมุ่นในเรื่องราวดังกล่าว และมองว่าการได้เอาชนะพวก Antediluvian เป็นเป้าหมายทั้งหมดทั้งมวลของพวกเขา (ซึ่งจะกล่าวถึงกลุ่ม Camarilla และ Sabbat ต่อจากนี้)

องค์การสังคมของเหล่า Cainites

Sect คือ องค์การสังคมของเหล่า vampires เป็นการรวมตัวของผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน โดยแต่ละ Sect จะประกอบไปด้วยกลุ่ม (clan) ยิบย่อย

เมื่อถูก Embrace แล้ว vampire ทุกคนจะมีการสังกัดกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีจุดแข็งและจุดอ่อนเป็นของตัวเอง รวมไปถึงความเป็นมาที่แตกต่างกัน vampire ที่ไม่มีกลุ่ม จะเรียกว่า Caitiff เป็นพลเมืองชั้นสองของสังคม vampire

โดย vampire ส่วนใหญ่ จะอยู่ในสอง Sect หลัก คือ Camarilla และ Sabbat แนวคิดของ Camarilla จะมีแนวคิดการธำรงไว้ซึ่ง Masquerade และความเป็นมนุษย์ ส่วน Sabbat จะอุทิศตนให้กับการมาของวันวินาศ Gehenna และความเหนือกว่าของ vampire มากกว่าความเป็นมนุษย์ การแยกแยะดังกล่าวไม่ได้สื่อว่าใครดีหรือเลว มากพอกับจะสื่อว่าใครเลวหรือระยำ มันเป็นเรื่องรายบุคคลมากกว่า ทั้ง Camarilla และ Sabbat คือศัตรูหัวรุนแรง

นอกจากสอง Sect ก็ยังมีอื่น ๆ อีก เช่น

  • Anarch Movement คือ Sect ของ vampire ที่ไม่ฝักใฝ่ทั้ง Camarilla และ Sabbat อยู่ในกลุ่มอิสระ
  • Inconnu คือกลุ่มของ vampire อาวุโสที่เต็มไปด้วยความลึกลับอย่าง
  • Autarkis คือพวก vampire ที่ปฏิเสธการมีอยู่ของทุกองค์การสังคม ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไม่ต่างอะไรกับฤๅษีหรือคนจรจัด

ซึ่งใน Sect หลักอย่าง Camarilla และ Sabbat และกลุ่มอิสระ จะมีทั้งหมด 13 กลุ่ม (ตามที่ Antediluvians ได้ก่อตั้ง) โดยเราจะลงรายละเอียดเฉพาะ Sect ที่สำคัญที่สุดคือ Camarilla ประกอบไปด้วย 7 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

  • Brujah เริ่มเป็นนักปรัชญาการสงคราม ตอนนี้ Brujah เป็นพวกหัวกบฏชั้นต่ำ, นักเลงโต และนักกิจกรรมทางการเมือง พวก Brujah เป็นนักโต้เถียงและพูดที่น่าดึงดูด
  • Gangrel เป็นพวก vampire เร่ร่อน เป็นพวกเดียวที่ชอบออกเดินทางไปนอกเมือง
  • Malkavian เป็นกลุ่ม vampires ที่มีปัญหาป่วยทางจิต ประสบความทุกข์ทรมานด้วยความบ้าคลั่งสุดขีด ซึ่งผันผวนไปในแต่ละบุคคล แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเขลาเบาปัญญาและไม่มีความเฉียบคมทางความคิด
  • Nosferatu เป็นกลุ่ม vampires ที่ถูกทำให้พิกลพิการอย่างน่าเกลียด จากการ Embrace ซึ่ง Nosferatu ทุกตนมีรูปร่างร่าเกลียด พวกเขามักอาศัยในท่อน้ำทิ้ง ชอบเก็บตัว
  • Toreador เป็นกลุ่ม vampires ที่หมกมุ่น หลงใหลในศิลปะและความงาม เป็นกลุ่มที่ใช้เวลาไปกับความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่
  • Tremere เป็นกลุ่มที่สังกัด The Order of Hermes มุ่งปกปักรักษาศาสตร์เวทมนตร์
  • Ventrue เป็นกลุ่มชนชั้นอภิสิทธิ์ชน ผู้นำของ Camarilla พวกเขาเป็นนักธุรกิจ, ชนชั้นสูง, ราชวงศ์, หัวแรงหลักในทางอุตสาหกรรม, ผู้นำทางอาชญากรรม และพวกเขาอยู่ในทุกที่ ที่สามารถชักใย ควบคุมความเป็นไปของสังคมและอำนาจ

ส่วนทาง Sabbat ประกอบไปด้วย 2 กลุ่ม ได้แก่ Lasombra และ Tzimisce
กลุ่มอิสระ ประกอบไปด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ Assamites, Giovanni, Ravnos และ Setites


อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ Vampire: The Masquerade – Bloodlines เพิ่มเติมได้ที่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

special thanks:

  • คุณไผ่ Sukit Buranasun

ผู้เขียน

Tatchapon Ongsakun
เป็ด, นักเขียนประจำที่พักหลังไม่ค่อยได้เล่นเกม ไปติดอ่านหนังสือนอกเวลามากกว่า กลายเป็นว่าไม่ค่อยได้เขียนบทความเกม ไปเขียนบทความหนังสือแทนซะงั้น (อาว) สนใจจะเขียนเรื่องสั้น แต่หัวยังตัน อู้ดีกว่า