แนวคิดและการทำงานของระบบสุ่มอันแทบไร้ขีดจำกัดใน Watch Dogs: Legion

อีกหนึ่งความทะเยอทะยานของ Watch Dogs: Legion และเป็นดั่งระบบชูโรงก็คือ ความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น (NPC หรือ non-player character) อันมาจากระบบสุ่มของเกม ซึ่งเป็นกรณีที่น่าสนใจว่าตัวระบบมีแนวคิดในการทำงานอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่การสุ่มหน้าตา แต่มีเรื่องราวลงลึกไปมากกว่านั้น

“มีคอนเทนต์อยู่เยอะมาก และมีระบบการสุ่มอีกเยอะเช่นกัน” คุณ Clint Hocking หัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์กล่าว “ซึ่งระบบต่าง ๆ จะทำงานร่วมกันเพื่อผลิตตัวละครที่ถูกเกลามาเป็นอย่างดี และมีความหลากหลาย”

“หัวใจสำคัญของทุกสิ่งก็คือฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (relational database) ที่เรียกว่า Census คุณจะเห็นคนเก็บขยะบนถนน เขาไม่มีอะไรที่โดดเด่น ก็แค่คนเก็บขยะเหมือนในเกมทั่วไป เว้นแต่ประวัติของเขาที่เราสามารถดูในฐานข้อมูลได้ เขาใส่เสื้อของคนเก็บขยะ นั้นคืองานของเขา ตอนนี้คือช่วงเวลาบ่ายสามโมง เขาทำงานตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงสองทุ่มตรง และจากที่เขาเป็นคนเก็บขยะ เขาหาเงินได้จำนวนหนึ่ง เขาจึงอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้”

โดยคุณ Hocking อธิบายแนวคิดของการทำงานระบบสุ่ม NPC “เราจะเลือกเพื่อนบ้านสักคน เรากำหนดชาติพันธุ์ (ethnicity) ของเขาตั้งแต่เราวางตัวเขาลงในเกม เขามีแนวโน้มว่ามีงานอดิเรกขึ้นอยู่กับสถานที่อยู่ของเขา จากนั้นจะมีการสุ่มเกิดขึ้น เพื่อกำหนดว่าเขาจะมีการศึกษาอะไร มีความสนใจในด้านไหน และเราสร้างเขาโดยวิธีดังกล่าว นี้คือวิธีการที่เราสร้างตัวละคร”

watch-dogs-legion-04
ความหลากหลายที่เกิดจากระบบสุ่ม

การที่เกมถูกวางบนพื้นฐานระบบดังกล่าว จะกลายเป็น ‘บุคลิคในการเล่าเรื่อง’ (narrative personas) ของ Watch Dogs: Legion อย่างการที่คนเก็บขยะอาจจะมีพ่อของเขาที่ถูกกักตัวโดยกองกำลังของบริษัท Albion การช่วยพ่อของเขาอาจจะนำเสนอถึงภารกิจเกณฑ์พรรคพวกเขาสู่ DedSec แต่ก็อาจจะมีคุณยายหรือนักการเมืองที่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ซึ่งพวกเขาอาจจะพูดถึงภารกิจเดียวกันในอีกรูปแบบที่แตกต่าง ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาคือใคร

คุณ Hocking เน้นว่าบทพูดตลอดทั้งเกม ไม่ได้เพียงถูกบันทึกหลายครั้งโดยหลายนักแสดง แต่ยังถูกเขียนบทใหม่ให้ครอบคลุมกับบุคลิคที่แตกต่างเช่นกัน

“อาจจะเป็นภารกิจเดียวกัน คือนักการเมืองบอกคุณว่าเจ้าหน้าที่ภาคสนามของเขาที่ทำงานให้กับเขาอย่างลับ ๆ ถูกกักตัวไป และขอให้คุณไปช่วยเขา” Hocking เพิ่มเติม “ไม่ก็คนเก็บขยะพูดถึงเรื่องที่พี่น้องของเขามีปัญหากับองค์กรอาชญากรรม และกำลังถูกกักขังไว้ ตัวบุคลิคจะทำให้เรา [ทีมพัฒนาเกม] สามารถเปลี่ยนบริบทของภารกิจในระดับหนึ่ง และตัวละครที่เปลี่ยนไปอย่างพลวัตจะทำให้ภารกิจเกิดขึ้นได้หลายสถานที่ในโลกนี้

แต่คุณ Hocking ก็ไม่บอกว่าเขาได้บันทึกบทพูดของ NPC ไว้จำนวนเท่าไร “ผมไม่อยากบอกจำนวนเจาะจง เพราะมันออกจะนามธรรมมาก ๆ” ซึ่งเขาบอกว่าจะมีการใช้การปรับโทนเสียงพากย์ด้วย ผู้เล่นจะไม่รู้ว่าเป็นคนพากย์เดียวกัน

มีจำนวนเลขที่ถูกจำกัดไว้ในทุกที่ แต่ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญได้เข้าใกล้ถึงความไม่มีที่สิ้นสุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

บทความล่าสุด

Doom Eternal จะมีทุกอย่างเป็นสองเท่าของเกม Doom ในภาคที่แล้ว

Doom ในฉบับปี 2016 คือการกลับมาคืนฟอร์มของเกมยิงแบบดั้งเดิมอีกครั้งด้วยการออกแบบเกมที่เน้นความสะใจและมีความคลาสสิคเป็นตัวตั้งพร้อมด้วยระบบการเล่นใหม่ๆ อันสุดระห่ำยิ่งกว่าที่เคย และใน Doom Eternal เกมภาคต่อที่แฟนๆ รอคอยกันมานานมันก็จะทวีความมันส์มากขึ้นเป็นสองเท่าเลยทีเดียว

Senua’s Saga: Hellblade 2 ยกระดับการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเกมภาคแรก

Hellblade: Senua's Sacrifice เป็นผลงานของทีมพัฒนา Ninja Theory ที่ได้ยกระดับของการสร้างเกมอินดี้ให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการสร้างเกมที่มีความละเอียดละออซึ่งผ่านการจัดสรรค์และการวางแผนมาเป็นอย่างดีจนทำให้มันแทบไม่ต่างไปจากเกมที่ออกวางจำหน่ายภายใต้การดูแลของผู้จัดจำหน่ายเกมรายใหญ่

ทีมสร้าง God of War รับสมัครทีมงานด้านแอนิเมชันเพื่อยกระดับการเล่าเรื่องสำหรับเครื่อง PS4

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในปี 2020 นี้เราจะได้เห็นการเปิดตัวของเครื่องเกมในเจเนอเรชันที่ 9 กันอย่างแน่นอนทั้ง PlayStation 5 และ Xbox Series X ซึ่งในตอนนี้หลายๆ ค่ายผู้พัฒนาเกมก็เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ยุคใหม่กันแล้ว แต่สำหรับ Santa Monica Studio ผู้สร้าง God of War ดูเหมือนพวกเขาก็ยังอยากที่จะผลักขีนขีดจำกัดของเครื่อง PlayStation 4 ให้ถึงขีดสุดเข้าไปอีกขั้นก่อนการมาของยุคใหม่ของวงการเกม

กว่าจะมาเป็น Alpha Protocol เกมสายลับสุดห่วยที่กลายหนึ่งในเกมสวมบทบาทที่ดีที่สุดตลอดกาล

เรื่องราวการพัฒนาเกม Alpha Protocol เกมสวมบทบาทที่ผสมผสานเข้ากับเรื่องราวในแนวหนังสายลับ ที่กาลเวลาทำให้ผู้คนได้ค้นพบว่าภายใต้ความกากของเกมยังมีสิ่งที่เกมใดๆ ในทุกวันนี้ยังไม่สามารถทำได้