‘Camarilla’ กลุ่มผู้อยู่จุดสูงสุด ใน Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2

ถัดจาก ‘The Pioneers’ องค์การสังคม (Sect) ของ vampire อดีตผู้ทรงอิทธิพลในเมือง Seattle ก็คือ ‘Camarilla’ องค์การสังคมของ vampire ผู้ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน ซึ่งครอบงำเมืองนี้จากหอคอยงาช้างอันระฟ้า พวกเขาชักใยความเป็นไปในเมืองนี้อย่างฝังรากลึกทั่วทุกพื้นที่

โปสเตอร์ของกลุ่ม  Camarilla

ตรงข้ามกับสิ่งที่พวกคุณอาจจะคิดกัน ผมสนุกกับการมีศัตรูรายล้อม มันทำให้ผมระแวดระวัง รักษาความคิดสร้างสรรค์เอาไว้ มันไม่ค่อยมีอนาคตสำหรับพวกผู้ปกครองที่มัวแต่เหลิงหรอก

– Alec Cross

ผู้เล่นเกมการปกครองอันทรงอำนาจ

เมือง Seattle กลายเป็นหนึ่งในสุดยอดเมืองแห่งเทคโนโลยีและธุรกิจอันมีผลตอบแทนที่งดงามในโลกนี้ ในเงื้อมเงาแห่งความเจริญ เหล่า Kindred จำพวกใหม่ (หรือเรียกอีกชื่อว่า Cainite) ปรากฏตัวขึ้นในเมืองนี้ คือ Sleek ที่มีความคิดในเรื่องธุรกิจ พร้อมที่จะครอบงำเมืองนี้จากห้องประชุมคณะกรรมการชั้นบนสุดของตึกสูงระฟ้า

กลุ่ม Camarilla นำโดย vampire นามว่า Cross ตำแหน่ง Prince พวกเขาฝังรากฐานไปยังสภาวะทางธุรกิจ (corporate landscap) ในเมือง Seattle ซึ่งกลุ่ม Camarilla จัดการเปลี่ยนเส้นสายของตัวเองไปยังพวกมหาเศรษฐีทางเทคโนโลยีและวาณิชธนากรในการครองงำเมือง Seattle

เกมกระดานนี้ ในระยะยาว

หลังจากช่วงเวลายี่สิบปีแห่งความรุ่งเรือง สมาชิกของ Camarilla ยังคงตระหนักถึงการเป็นเป้าโจมตีที่ใหญ่ที่สุดในเมือง Cross รู้ดีว่า ไม่ใช่ vampire ทุกตนยอมรับการปกครองของ Camarilla เขาให้อำนาจที่จำกัดจำเขี่ยแกพวกที่เห็นต่างกับเขา เพื่อจะได้ไม่ต้องมากังวลกับพวกเขาที่กำลังเคลื่อนไหวต่อต้านพวกเขา ความเด็ดเดี่ยว, ความสำเร็จ และกฎบัตร Masquerade เป็นเครื่องมือสำคัญของอุบายของเขา

‘หอคอยงาช้าง’ สัญลักษณ์แห่งความอหังการ

มีเพียงไม่กี่เมืองที่มี vampire ชนชั้นสูงอันร่ำรวยมั่งคั่งเท่าในเมือง ในแวดวงเฉพาะ ความมั่งคั่งของคุณแสดงถึงการควบคุมการใช้จ่ายของคุณได้มากแค่ไหน ณ จุดสูงสุด เกือบเป็นการดำรงชีวิตอย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเลือดและการออกล่า

ท่ามกลางเหล่า Kindred ในสังกัด Camarilla ที่จงรักภักดี คุณจะพบกับทั้งพวก CEO, ผู้ควบคุมซอฟต์แวร์, นายธนาคาร, นักลงทุน, นักการเมือง และสมาชิกของกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

ผู้เขียน

Tatchapon Ongsakun
เป็ด, นักเขียนประจำที่พักหลังไม่ค่อยได้เล่นเกม ไปติดอ่านหนังสือนอกเวลามากกว่า กลายเป็นว่าไม่ค่อยได้เขียนบทความเกม ไปเขียนบทความหนังสือแทนซะงั้น (อาว) สนใจจะเขียนเรื่องสั้น แต่หัวยังตัน อู้ดีกว่า