หากเราเข้าใจวิดีโอเกมดีพอ มันก็จะไม่ตกเป็นจำเลยของสังคมอีกต่อไป

เป็นเรื่องที่มีการโต้เถียงกันอย่างไม่จบไม่สิ้นว่าแท้จริงแล้ววิดีโอส่งผลดีหรือผลร้ายแก้คนเรากันแน่ ซึ่งในหลายงานวิจัยมันก็มักจะมาพร้อมกับข้อสรุปที่เอนเอียงไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
game brain

เป็นเรื่องที่มีการโต้เถียงกันอย่างไม่จบไม่สิ้นว่าวิดีโอส่งผลดีหรือผลร้ายแก่คนเรากันแน่ ซึ่งในหลายงานวิจัยมันก็มักจะมาพร้อมกับข้อสรุปที่เอนเอียงไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และมักถูกหยิบนำมาใช้ในหลายวาระเพื่อกล่าวอ้างโทษหรือไม่ก็เพื่อปัดความรับผิดชอบทั้งจากทางฝั่งของสังคมโดยทั่วไป คนที่เล่นเกม หรือแม้แต่ผู้คนจากแวดวงอุตสาหกรรมเกมเองก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าหากเราเข้าใจด้านดีด้านร้ายและมุมมองทางศิลปะของเกมดีพอ มันจะทำให้เราไม่ต้องมาโต้เถียงกันอีกต่อไปได้อย่างแน่นอน

ในบทความ This is your brain on video games บนเว็บไซต์ QZ ได้กล่าวถึงการทำงานของสมองยามเมื่อเราเล่นเกมได้อย่างน่าสนใจว่าเกมสามารถสร้างความมึนงงที่ฝังลึกลงไปในส่วนประสาทของการรับรู้ของเราได้หรือไม่? และสมองของเราว่ามันมีการทำงานอย่างไรกันแน่ในตอนที่เราเล่นเกมเป็นเวลานาน

หากเราอ้างอิงจากรายงานของ Entertainment Software Association ในปัจจุบันนี้มันก็มีประชากรชาวอเมริกันจำนวนกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ที่เล่นเกมเป็นชีวิตประจำวัน โดยยังมีแนวโน้มที่จะมีเปอร์เซ็นต์สูงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับงานวิจัยที่เป็นการศึกษาผลกระทบจากการเล่นเกมที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกันที่ส่วนใหญ่ มันมักจะเป็นผลงานวิจัยที่มองเกมในเชิงบวก แต่ก็มีผลงานวิจัยบางชิ้นที่มองเกมในทางลบ แต่หากสรุปโดยรวม สิ่งที่งานวิจัยเหล่านี้ศึกษาก็คือผลกระทบทางสมองเสียเป็นส่วนมาก ทั้งด้านประสาทการรับรู้ ความทรงจำ ขอบเขตการมองเห็น และระยะเวลาในการตอบสนอง

แต่แทนที่เราจะมองไปยังกลไกเบื้องลึกในส่วนของการทำงานของสมองที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันซับซ้อน มันก็น่าจะเป็นการดีกว่าที่เราจะหยิบยกเอาภาพกว้างของผลกระทบมาทำการพูดคุย โดยเฉพาะในเรื่องของวิธีการคิด การสื่อสาร การที่มันสร้างนิสัยและการที่มันทำให้เรื่องบางเรื่องกลายเป็นเรื่องปกติ รวมไปถึงวิธีการที่เรามองโลกเสมือนและยังรวมไปถึงการที่เรานำมันมาเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นตัวแปรที่ฝังลึกอยู่ในสังคมมากกว่าที่เราจะมานั่งนึกทบทวนว่าวิดีโอเกมเปลี่ยนแปลงสมองของเราไปอย่างไร เพราะสิ่งที่ว่าเหล่านี้มันส่งผลกระทบทั้งหมดกับสังคมโดยรวมของเราไปแล้วอย่างแยกออกเสียมิได้

วิธีการมองเกมในแง่ดี

หากเราเริ่มโดนเกมในแง่บวกเราจะมองได้ว่าเกมสามารถทำให้เราฉลาดขึ้น มีความปิติยินดีที่มากขึ้น มันพัฒนาอารมณ์ของเราไปในทางที่ดีและยังยกระดับพลังงานภายในตัวเราและยังป้องการการกระทบการเทือนทางจิตใจได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้เราฟื้นฟูความผิดปกติทางสมอง ส่งเสริมการทำงานร่วมกันทางสังคม และยังผนวกรวมเข้ากับจินตนาการของเราทั้งในด้านอารมณ์และการคิดวิเคราะห์อีกด้วย

“ถ้าหากเราเริ่มต้นใช้ชีวิตจริงกันแบบเกมเมอร์ เราบริหารจัดการธุรกิจของเราและสื่อการกันภายในทีมงานแบบเดียวกับนักออกแบบเกม และคิดเรื่องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงได้แบบคอมพิวเตอร์ หรือตามแบบอย่างของนักทฤษฎีด้านวิดีโอเกมได้มันจะเป็นอย่างไรกันล่ะ?” คุณ Jane McGonigal นักออกแบบเกมและนักอนาคตชื่อดังวิทยาตั้งคำถามนี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจว่าหากเราสามารถนำเอาวิธีการที่เรามองเกมมาประยุกต์เข้ากับโลกแห่งความจริงได้มันจะส่งผลที่ดีออกมาได้ขนาดไหน

ซึ่งหากเราอ้างอิงจากวิธีคิดของคุณ McGonigal ผลลัพธ์ด้านดีของการเล่นเกมก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเลือกเล่นเกมที่ถูกต้องที่จะให้ผลลัพธ์ในด้านดีกับเราได้ ซึ่งมันจะต้องเป็นเกมที่นำพามาซึ่งการคิดวิเคราะห์ เกมที่จะต้องมีการค้นหาวิธีร่วมกันในการแก้ปัญหา และเกมที่สร้างความสนุกสานในแง่บวกได้ เกมเหล่านี้จะช่วยฝึกฝนสมองของเราให้มองโลกเป็นความท้าทายที่ต้องก้าวผ่านด้วยการทำงานร่วมกันกับผู้คนอื่นๆ ในสังคม

การมองเกมในเชิงลบ

แต่แน่ล่ะว่ามันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมองเกมในแง่บวกได้อย่างไร้ข้อกังขาหนึ่งในนั้นคือคุณ Philip Zimbardo นักจิตวิทยาชื่อดังเจ้าของผลการทดลอง Stanford Prison Experiment โดยในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาได้มีการกล่าวถึงมุมมองต่อวิดีโอเกมที่เขามองร่วมกันกับหนังผู้ใหญ่ที่กำลังได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจก่อวิกฤตให้กับวัยรุ่นอเมริกันไปแล้วในตอนนี้

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือทั้งคุณ Philip Zimbardo และคุณ Jane McGonigal ต่างวิเคราะห์ผลแสกนสมอง fMRI ออกมาด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน แต่มันก็มีจุดร่วมตรงที่ทั้งสองต่างเห็นว่าการเล่นเกมได้ส่งผลกับสมองที่เป็นการกระตุ้นให้เราเกิดแรงจูงใจบางอย่างได้ทั้งในเชิงของการคาดหวังต่อรางวัลและเป้าหมายที่เราต้องการ

โดยคุณ Jane McGonigal มองในแง่บวกว่าแรงกระตุ้นเหล่านี้เป็นตัวที่ช่วยลดการซึมเศร้า, ทำให้เราสร้างความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับความสามารถในการอดทนอดกลั้นที่ดีขึ้นด้วย แต่ทางคุณ Philip Zimbardo กลับมองว่าแรงกระตุ้นเหล่านี้มันยังขาดซึ่งบริบทในโลกแห่งความเป็นจริงที่เราต้องพบเจอ “ผลลัพธ์รวมของการเล่นเกมมักจะให้รางวัลที่เหมาะสมกับเด็กเมื่อบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีความเชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริงทั้งสิ้นเลย” คุณ Philip Zimbardo ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ดีคุณ Philip Zimbardoก เองก็ยอมรับว่ามันมีข้อมูลบางอย่างที่สามารถระบุได้ว่าเกมสามารถสร้างเสริม fluid intelligence หรือความฉลาดในการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาได้ ซึ่งช่วยให้เราสามารถรับรู้ข้อมูลใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้นและยังช่วยในด้านการแก้ปัญหาที่ไม่คาดคิดได้อย่างเป็นระบบอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีเขาก็มองว่าโดยรวมเกมเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นบ่อเกิดของความเป็นมลพิษ การสร้างสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ที่เกิดจากผู้เล่นเพศชายเป็นส่วนมากที่ตัดขาดจากสังคม มีอารมณ์แปรปรวนไม่ปกติจากความคุ้นเคย และการทำบางสิ่งบางอย่างซ้ำไปมาจนนำไปสู่แรงกระตุ้นอย่างรุนแรงในการกระทำบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องบริบทมารองรับเหตุผล

แต่เกมเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง

แต่หากเราไม่ได้มองทั้งในด้านดีและด้านเสียเลยล่ะ? และนั่นก็เป็นที่มาของการมองเกมเป็นการศิลปะจากมุมมองของคุณ Eric Zimmerman นักเขียนและนักออกแบบเกมที่ได้เสนอว่า การมองเกมว่าส่งผลดีหรือร้ายต่อสมองมันเป็นอะไรที่ดูไม่เข้าท่าเป็นอย่างมาก

หากเราพิจารณาถึงนวนิยายหรือภาพวาด ความเข้าใจพื้นฐานของเราคือมันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องวัดค่าความดีร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสมอง เพราะพวกมันมีคุณค่าที่จับต้องได้ในตัวของมันเองอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นที่จะต้องลดคุณค่าของมันลงไปด้วยประโยชน์ทั่วไปที่กลายเป็นผลพลอยได้ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเราไม่จำเป็นที่จะต้องนำหลักการทาง “ประสาทวิทยาศาสตร์” มาเป็นตัวตัดสินความสัมพันธ์ว่าศิลปะสามารถส่งเสริมทักษะที่เกี่ยวกับการรับรู้ของเราได้ เพราะความงดงามของศิลปะและความหมายคงอยู่ในตัวของมันเอง และมันก็ไม้จำเป็นที่จะต้องมีเป้าหมายอื่นๆ มาเป็นตัวรองรับอีกด้วย

คุณ Zimmerman บอกไว้ว่าเราควรจะมองเกมว่ามันทำให้เราเข้าใจโลกได้อย่างไรมากกว่า ซึ่งในบทความ Manifesto for a Ludic Century เขาได้กล่าวเอาไว้ว่า “การคิดแบบเกมสามาสามารถทำให้เราเข้าใจปัญหาปัญหา และปัญหาที่เรากำลังเผชิญในโลกทุกวันนี้ก็จำเป็นที่เราต้องมีการคิดแบบเกมอีกด้วยตัวอย่างเช่นกว่า ราคาน้ำมันในแคลิฟอร์เนียมีผลต่อการเมืองในตะวันออกกลางอย่างไร และมันส่งผลอย่างไรต่อระบบนิเวศในแอมะซอน”

ความสัมพันธ์ของสมองและงานศิลป์

แต่ถึงแม้เราจะเห็นด้วยกับแนวคิดของคุณ Zimmerman ว่าเกมมันเป็นสิ่งที่เหมือนกับภาพวาด ดนตรี และวรรณกรรม ที่มีคุณค่าในตัวมันเองโดยไม่จำเป็นที่จุดประสงค์อื่นมารองรับ แต่มันก็ยังทิ้งไว้ซึ่งคำถามเช่นเดียวกับงานศิลปะในแขนงอื่นๆ ว่าเกมส่งผลต่อวิธีการที่เรามองโลกอย่างไร ทั้งวิธีที่เรากำลังปฎิบัติกับมันและวิธีการในการทำความเข้าใจในตัวของมันด้วย

สิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึงคือเกมมาพร้อมกับจุดประสงค์ที่ชัดเจน ในตอนที่เราเล่นเกมสภาวะในจิตใจของเราจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราพยายามทำบางอย่างให้ได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งหากเรามองในมุมนี้เกมก็เหมือนกับการเรียนรู้เพื่อเล่นเครื่องคนตรีจากการที่เราชื่นชอบฟังเพลงซึ่งมันเป็นผลพลอยได้ให้เราสามารถเล่นดนตรีง่ายขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

อย่างที่สอง เกมเต็มไปด้วยโครงข่าวของเหตุและผลที่โยงใยกันอย่างซับซ้อน ซึ่งมันช่วยให้เรามองเห็นตรรกะที่ซ่อนอยู่ที่สามารถนำมาพิจารณาให้เราเห็นสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในโลกได้ ด้วยเรื่องราวต่างๆ สมองของเรามักจะมีการฉายภาพออกมาเป็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่มีเส้นใยเส้นเดียวโยงเข้าไปถึงตัวมัน แต่ในเกมสมองของเราจะสืบสาวเส้นใยนั้นและเริ่มถักทอมันก็ทำให้เราเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ มันมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

ท้ายที่สุด เกมมันถูกออกแบบมาให้เราพบกับสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิดและปัญหาที่มีวิธีการแก้ที่มักไม่ชัดเจน ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นสิ่งที่เราต้องพบเผชิญตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เรายากจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ผลกระทบที่ตามมาอย่างไม่ตั้งใจ รวมไปถึงผลลัพธ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิด เกมจึงเปลียนเสมือนสนามเด็กเล่นแบบย่อส่วนให้เราได้ค้นหาความซับซ้อนในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัย

ด้วยการที่เกมมีทั้งมุมในด้านดีด้านลบและมุมมองทางด้านศิลปะที่อยู่ภายในตัวของมัน ซึ่งหากเราเข้าใจและยอมรับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างถ่องแท้ มันก็ไม่มีความจำเป็นอีกแล้วที่เราจะต้องมาโต้เถียงกันอีกต่อไปในอนาคตหลังจากนี้

แหล่งข้อมูลอ้าอิง:

Total
1
Shares
1 Share
0 Tweet
0 Share
0 Share
Previous Post
need for speed criterion

Need for Speed ถูกส่งกลับไปให้ทาง Criterion Games รับช่วงต่อแล้ว

Next Post
sakura wars

Sakura Wars จะวางจำหน่ายเวอร์ชันภาษาอังกฤษ 28 เมษายนนี้

Related Posts
ryozo monster hunter

Ryozo Tsujimoto ชายผู้เปลี่ยนความอยากรู้อยากเห็นให้กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมที่ชื่อ Monster Hunter

ย้อนกลับไปยังญี่ปุ่นในปี 2008 ภาพที่ผู้คนมักจะเห็นกันติดตาก็คือเหล่าผู้คนที่นั่งหลังงองุ้มโดยสิ่งที่อยู่ในมือของพวกเขานั้นก็คือเครื่องเกม PlayStation Portable หรือ PSP หรือเครื่องเกมที่ใครต่างก็มักเรียกมันว่าเครื่องเล่น Monster Hunter
อ่านต่อ
youtube gamer

นักพัฒนาเกมจะรับมืออย่างไรหากคนส่วนมากยังเป็นนักเล่นเกมสายดู

ตั้งแต่แพลตฟอร์มวิดีโอหรือ streaming เข้ามามีบทบาทในวงการวิดีโอเกม ส่งผลกระทบต่อวงการอย่างรุนแรง ทำให้พฤติกรรมของทั้งผู้เล่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลอย่างหนักหน่วงโดยเฉพาะผู้พัฒนาที่สร้างเกมเน้นการขับเคลื่อนด้วยเรื่องราว ซึ่งต้องเจอปัญหาการที่แพลตฟอร์มดังกล่าวไปลดแรงจูงใจในการซื้อเกมของพวกเขา เนื่องจากเพียงแค่คิดว่ารับชมวิดีโอเกมผ่านทางวิดีโอ ก็เพียงพอแล้ว
อ่านต่อ
Destiny 2 Why We Play

ครบหนึ่งปีกับ Destiny 2 ชอบไม่สุด ชังไม่สร่าง

จากหนึ่งในเกมที่เกลียดแสนเกลียด กับการหักหลังผู้เล่นแบบไม่แคร์สื่อ แต่ถึงกระนั้น Destiny 2 ก็ยังเป็นเกมที่เราเล่น แม้ว่าจะเล่นไปด่าไปก็ตาม
อ่านต่อ
Total
1
Share