Ubisoft เปิดตัว Performance Capture แห่งใหม่ที่รองรับการถ่ายทำระดับโลก

และอาจเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเกมในยุคหน้า

Ubisoft Toronto ได้มีการเปิดตัวสตูดิโอสำหรับการทำ Performance Capture แห่งใหม่ของพวกเขาแล้ว โดยในสตูดิโอแห่งนี้จะเป็นสตูดิโอหลักที่ทางทีมงานจาก Ubisoft จากสาขาอื่นๆ จะใช้ในการถ่ายทำฉากในเกมที่จะต้องมีการใช้การทำโมชันแคปเจอร์ที่มีความละเอียดสูง และอาจเป็นการรองรับการมาของเกมในยุคต่อไปอีกด้วย

Ubisoft Toronto ได้มีการเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นการตอบรับเหล่านักสร้างสรรค์ผลงานและผู้สร้างเกมต่างๆ ที่เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแคนาดานั่นเอง โดยทางทีมงานได้เริ่มสร้างสตูดิโอ Performance Capture เพื่อรองรับการทำงานในส่วนของการทำโมชันแคปเจอร์ในเกมมาตั้งแต่ปี 2012 ด้วยความช่วยเหลือของบริษัทภาพยนตร์และผู้เชี่ยวชาญในการทำ VFX มากมายที่อยู่ในตัวเมืองออนแทริโอนั่นเอง

โดยเกมแรกที่ใช้บริการสตูดิโอแห่งนี้ก็คือ Splinter Cell: Blacklist เรื่อยมาจนถึงเกมในปัจจุบัน และไม่ใช่เกมจากทาง Ubisoft Toronto เพียงเท่านั้น ในสตูดิโอแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่ใช้ในการสร้างเกมชื่อดังของ Ubisoft มากมายไม่ว่าจะเป็น Assassin’s Creed, Far Cry, For Honor, Watch Dogs และเกมอื่นๆ อีกมากมา

สำหรับสตูดิโอแห่งใหม่นี้จะมีขนาดที่ใหญ่โตมากขึ้นกว่าเดิมจาก 8,000 ตารางฟุตที่ขยับขยายมาเป็น 12,000 ตารางฟุต และยังมีฝ้าเพดานสูงถึง 30 ฟุตและนั่งร้านที่สูงถึง 20 ฟุตและยังมีคานสำหรับใช้ในส่วนของการถ่ายทำฉากสตันท์ต่างๆ ถึง 3 คานอีกด้วย

สำหรับในส่วนของการถ่ายทำมันยังได้มีการใช้กล้อง Vicon t-160 ถึง 80 ตัวพร้อมทั้งยังมีหมวกที่ติดตั้งระบบจับการเคลื่อนไหวแบบแอนิเมชันเพื่อรองรับการจับการเคลื่อนไหวของนักแสดงที่มีความละเอียดสูงและยังใช้ในการจับการแสดงที่มีความละเอียดอ่อนให้ได้อย่างแม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อรองรับทั้งการแสดงของตัวละครเดียว และในฉากที่มีตัวละครหลายตัวปรากฏอยู่พร้อมๆ กันอีกด้วย

ในส่วนของการบันทึกเสียงสตูดิโอแห่งนี้ก็จะรองรับการบันทึกเสียงที่มีความละเอียดสูง โดยทางทีมงานได้มีการทำงานร่วมกับทางนักสวนศาสตร์ (acoustician) ในการทำให้แน่ใจได้ว่าสตูดิโอแห่งนี้จะสามารถบันทึกเสียงได้ในคุณภาพระดับมาตรฐานโลก ซึ่งจะะรองรับการบันทึกเสียงคุณภาพสูงไปพร้อมกับการทำโมชันแคปเจอร์ไปพร้อมๆ กันเพื่อลดขั้นตอนในการกระบวนการ Automated Dialog Replacement (ADR) หรือการบันทึกเสียงซ้ำเพื่อนำมาใช้งานจริงอีกด้วย

ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ นี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งสำหรับการเตรียมความพร้อมกับการมาของเกมในยุคหน้านั่นเอง เพราะสตูดิโอ Ubisoft Toronto แห่งนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในรากฐานของการสร้างงาน Performance Capture ในเจเนอเรชันเกมในยุคปัจจุบันของทาง Ubisoft อีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

บทความล่าสุด

กว่าจะมาเป็น Siren เกมสยองขวัญสุดคัลท์จากแรงบันดาลใจของ Lovecraft ที่โลกลืม

ในยุคสมัยหนึ่ง "Survival Horror" เคยเป็นแนวเกมหัวหอกในการเป็นรากฐานของการพัฒนาเกมที่ส่งมอบสิ่งต่างๆ ให้กับการพัฒนาเกมในยุคสมัยต่อมา ไล่เรียงมาตั้งแต่เกม Alone in the Dark, Resident Evil และอื่นๆ อีกมากมาย และหนึ่งในเกมที่เราจะไม่กล่าวถึงไปเสียมิได้ก็คือเกม "Silent Hill" เกมสยองขวัญในดวงใจของใครหลายคน ที่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดกลายเป็นเกมสยองขวัญสุดคัลท์ที่ชื่อว่า Siren ขึ้นมานั่นเอง

Google Stadia เตรียมเปิดตัวเกม Time exclusive อีกหลายเกมในช่วงต้นปีนี้

การวางจำหน่ายเกมในรูปแบบ exclusive ได้กลายมาเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมเกมให้ความสนใจกันอีกครั้งหลังจากที่ Epic Games ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมาจากการใช้เนื้อหา Time exclusive มากินส่วนแบ่งไปจากทาง Steam ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทางบริการใหม่ของ Google อย่าง Stadia นั้นก็อาจจะมีการใช้แนวทางเช่นเดียวกันในอนาคตด้วย

Cyberpunk 2077 เลื่อนวางจำหน่ายไปเป็น 17 กันยายนแล้ว

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ติดกระแสโรคเลื่อนไปด้วยสำหรับ Cyberpunk 2077 ผลงานชิ้นใหม่ของทีมงาน CD Projekt Red ที่ทางคุณ Marcin Iwiński ผู้ก่อตั้งทีมพัฒนาและหัวเรือใหญ่คุณ Adam Badowski ได้ออกมาแถลงการณ์แล้วว่าเกม Cyberpunk 2077 จะต้องเลื่อนการวางจำหน่ายไปเป็นวันที่ 17 กันยายนแล้ว

Photogrammetry คืออะไร? ทำไมอุตสาหกรรมเกมยุคใหม่ถึงชอบเอ่ยถึง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้คำว่า “Photogrammetry” เป็นสิ่งที่ทางผู้พัฒนาเกมได้หยิบยกนำมาเป็นประเด็นสำคัญเสมอในกระบวนการสร้างภาพกราฟิกให้ออกมาราวกับโลกแห่งความเป็นจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Resident Evil 7 และ 2 ฉบับสร้างใหม่ หรือ Call of Duty: Modern Warfare และเกมอื่นๆ มันมีกรรมวิธีอย่างไรในการสร้าง และปัจจัยอะไรที่ทำให้มันจะกลายเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานในการสร้างเกมในหลังจากนี้