สรุปรายละเอียดใหม่จากเกมเพลย์ 23 นาทีของ The Last of Us Part II

เกมที่ทะเยอทะยานมากที่สุดเท่าที่ Naughty Dog เคยทำมา

Sony Interactive Entertainment และ Naughty Dog ได้นำเอาเกมเพลย์ฉบับเต็มของ The Last of Us Part II มาถ่ายทอดให้เราได้ชมกันแล้วในงาน State of Play เมื่อคืนที่ผ่านมาซึ่งมันก็เต็มไปด้วยรายละเอียดใหม่ๆ มากมายที่มาจากการบรรยายของ นีล ดรัคแมน (Neil Druckman) ผู้กำกับของเกม

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

The Last of Us Part II จะเป็นเกมที่มาสานต่อเรื่องราวของ เอลลี่ (Ellie) และ โจเอล (๋Joel) ช่วงเวลาหลายปีหลังจากเหตุการณ์ในเกมภาคแรก โดยทั้ง เอลลี่ และ โจเอล ได้มาพำนักอาศัยอยู่ในเมืองแจ็กสัน,ไวโอมมิง พร้อมด้วยเหล่าผู้ชุมชนผู้รอดชีวิตที่กำลังพยายามเอาตัวรอด เมื่อภัยร้ายที่เกิดขึ้นบนโลกได้ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงของตัวเมือง แจ็กสันก็ได้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบสุขและมีความมั่น เอลลี่ ได้เข้าสู่วัย 19 ปี เธอเริ่มใช้ชีวิตด้วยตัวของเธอเองและเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าผู้คนในชุมชน แต่อย่างไรก็ดีความสงบสุขนั้นก็คงอยู่ได้ไม่ยั่งยืนนัก แจ็กสันและเอลลี่ก็ได้พบเจอกับเหตุการณ์ความรุนแรงและส่งผลกระทบกับทางจิตใจ มันทำให้ เอลลี่ ต้องก้าวออกมายังโลกภายนอกอันกว้างขวางเพื่อตามหาผู้คนที่ต้องมารับผลกรรมจากสิ่งที่ได้ก่อ และทวงความยุติธรรมกลับคืน

สภาพแวดล้อมใหม่

การเดินทางของเธอจะนำพาเราไปพบกับพื้นที่ส่วนใหม่ของประเทศอเมริกาที่ยังไม่เคยได้ค้นพบมาก่อนใน The Last of Us โดยเรื่องราวของเกมจะมีการบอกเล่าผ่านช่วงฤดูกาลและสภาพอากาศอันหลากหลายตั้งแต่พื้นที่บนยอดเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะของแจ็กสันมาจนถึงเขตตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิกอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในแต่ละสถานที่มันยังมีสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในที่มีความกว้างขวางให้ผู้เล่นได้ออกค้นหา และมันยังได้รับการเรนเดอร์มาอย่างละเอียดลออในความละเอียดที่มากที่สุดเท่าที่เคยทำมาด้วย Naughty Dog Engine เวอร์ชันล่าสุด โดยเป้าหมายของทีมงานก็คือการทำให้สภาพแวดล้อมเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้นแต่มันยังต้องมีความสมจริงและมีบรรยากาศของเมืองที่อิงกับความเป็นจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกด้วย

ระบบการเคลื่อนที่ด้วยเชือก

มันจะมีเรื่องราวมากมายที่ถูกคลี่คลายจากซากปรักหักพังของเมืองซีแอตเทิล อดีตเขตกักกันขนาดใหญ่ซึ่งพื้นที่ภายในของมันมีแตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ใจกลางเมืองที่แน่นขนัดไปจนถึงปลายยอดของตึกระฟ้า ประกอบเข้ากับพื้นที่ในแถบตัวเมืองที่สวยงามที่ถูกห้องล้อมไปด้วยพื้นที่ริมน้ำ ตัวเมืองได้มีการนำเสนอที่จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนทั้งส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นดินและสภาพอากาศ และใน The Last of Us Part II เกมจะมีระบบกลไกการเคลื่อนที่แบบใหม่ที่จะทำให้การออกสำรวจและยังเป็นวิธีการใหม่ในการค้นหาภัยอันตรายได้มากกว่าเดิมอีกด้วย เอลลี่ จะไม่เพียงทำได้แค่การปีนป่ายหรือกระโดดผ่านช่องแคบเท่านั้น แต่เธอจะสามารถใช้เชือกเป็นตัวช่วยในการปีนขึ้นลงหรือเหวี่ยงตัวข้ามสิ่งกีดขวางได้ เพื่อให้ผู้เล่นได้พบเจอกับพื้นที่ใหม่, ทรัพยากร และเรื่องราวเสริมของตัวเกม ซึ่งการที่มันมีสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างขึ้นนั้นมันยังมาพร้อมกับการเปิดโอกาสในการวางกลยุทธ์การต่อสู้ได้ไม่ว่าจะเป็นการจัดการจับศัตรูตรงๆ หรือจะหาทางผ่านมันไปทั้งหมดเลยก็ได้

การเดินทางที่หลากหลาย

The Last of Us Part II จะเป็นเกมที่มีสภาพแวดล้อมที่กว้างขวางมากที่สุดเท่าที่ทีมงาน Naughty Dog เคยทำมา โดยการออกขี่ม้าจะทำให้ เอลลี่ ได้พบเจอพื้นที่ที่ถูกขยายออกมานี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท้องถนนบางแห่งอาจจะถูกน้ำท่วมไปและทำให้มันอาจจะต้องใช้เรือในการเดินทางด้วย อย่างไรก็ดีโลกของ The Last of Us Part II เองก็ยังคงเต็มไปด้วยการเชื้อเชิญไปยังความตาย ไปพร้อมกับการที่ เอลลี่ จะต้องเดินทางเพื่อหาคนทำไม่ดีกับเธอ เธอจะต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายในเมืองที่ไม่รู้จัก ตั้งแต่การก่อกำเนิดของโรคระบาดไปจนถึงการล่มสลายของเขตกักกัน เมืองซีแอตเทิลได้กลายเป็นเขตสงครามไปแล้วที่ประกอบไปด้วยการทำสงครามกันระหว่างสองฝั่งฝ่ายที่ได้พบว่ามันมีทั้งความขัดแย้งกันทั้งเรื่องของเขตการปกครองและทรัพยากรที่เหลือ

กลุ่มศัตรูใหม่

“Washington Liberation Front” หรือ “W.L.F.” คือหนึ่งในฝั่งฝ่ายที่ว่าโดยพวกเขาเริ่มกำเนิดขึ้นมาจากกลุ่มต่อต้านที่ต่อสู้กับกองกำลังทหารที่เข้าปกครองเมืองซีแอตเติล พวกเขาต้องการควบคุมเมืองหลังจากผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง และมันก็ทำให้พวกเขาผ่านการฝึกฝนการรบมาอย่างโชกโชนอย่างเป็นระบบ และยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นดีที่ได้ขโมยมาจากกองทัพ พร้อมทั้งยังได้ปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง และพร้อมที่จะทำการคุมขังและสังหารเหล่าผู้คนที่ได้ล่วงละเมิดเข้าไปในเขตแดนอีกด้วย

ในอีกฟากฝั่งของการนองเลือดก็คือกลุ่มผู้คลั่งศาสนาที่ถูกเรียกขนานนามว่า “Seraphites” หรือ “Scars” ซึ่งมาจากการที่พวกเขามีการสร้างทำบาดแผลเป็นรอยกางเขนบนใบหน้าตัวเอง และเช่นเดียวกับ W.L.F. พวกเขาเองก็มีความป่าเถื่อนและมีความหวงแหนเขตแดน พวกเขารู้วิธีการลอบเร้นและรู้วิธีการพรางตัวเป็นอย่างดี และก็ยังใช้อาวุธสังหารที่มีความเงียบเชียบเช่นธนูและลูกศรอีกด้วย

ผู้ติดเชื้อแบบใหม่

แต่นอกเหนือจากความขัดแย้งของเหล่าผู้รอดชีวิตแล้ว ภัยร้ายที่ทำให้โลกย่อยยับก็ยังคงอยู่ มนุษย์ทุกคนยังคงอยู่ในอันตรายของการกลายเป็นเหยื่อของเหล่า “Infected” และมันก็เริ่มมีการปรากฏตัว Infected Runners ในจำนวนที่มากและก้าวร้าวขึ้นในเกมนี้ พวกมันตาบอดก็จริงแต่เหล่า “Clickers” นี้ก็มีอันตรายอย่างยิ่งยวด และมันก็ยังพวก “Stalker” อีกด้วยที่จะคอยย่องและแอบซ่อนจนกว่ามันจะพร้อมเข้าจู่โจมและสร้างความประหลาดใจให้กับเหยื่ออย่างรวดเร็วคล่องแคล่วและรุนแรงสุดขั้ว

ในเกม The Last of Us Part II ยังมาพร้อมกับ Infected ในขั้นใหม่ตัวอย่างเช่น “Shamblers” มันคือศัตรูติดเกราะขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยตุ่มหนองที่พยายามจะเคลื่อนที่เข้าใกล้ตัวผู้เล่น พวกมันจะมีการปล่อยละอองกรดออกมาที่จะมาแผดเผาผิวหนังของเหยื่อ แต่มันจะมี Infected รูปแบบใหม่ที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในเกมที่ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาจนกว่าผู้เล่นจะได้พบเจอมันในเกมด้วยตัวเอง การจัดการกับศัตรูเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องใช้การพินิจพิเคราะห์อย่างระแวดระวังในการเข้าต่อสู้แต่ละครั้ง มันจำเป็นที่ผู้เล่นจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวและอุปกรณ์ของ เอลลี่ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบอีกด้วย

Listen Mode

เหล่า W.L.F. มักจะมีการออกตรวจตราพร้อมกับเหล่าสุนัข พวกมันมีความสามารถในการตรวจจับและติดตามผู้เล่นได้แม้จะยังไม่ถูกพบเจอตรงๆ ก็ตาม พวกมันตามกลิ่นและส่งสัญญาณเตือนเจ้าของมันได้ โดยเกมจะมี “Listen Mode” ที่เผยให้เห็นว่าผู้เล่นได้ทิ้งกลิ่นไว้ตรงไหนบ้าง ทำให้การเคลื่อนที่และการเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูก็จะมีความสำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง

การลอบเร้นที่สมจริง

25 ปีหลังจากโรคระบาดได้เกิดขึ้นโลกได้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งและมันก็ทำให้ผู้เล่นสามารถใช้กอหญ้าและการหมอบคลานเพื่อหลบซ่อนจากสายตาของศัตรูได้ อย่างไรการลอบเร้นในเกมจะไม่สามารถหลบซ่อนตัวอย่างสมบูรณ์ โดยหากศัตรูเข้าใกล้ผู้เล่นมากๆ พวกมันก็จะพบเจอผู้เล่นได้แม้จะแอบซ่อนตัวอยู่ในกอหญ้าก็ตาม และหาก เอลลี่ ถูกรุมโดยเหล่าศัตรูจำนวนมาก การวิ่งหนีก็เป็นตัวเลือกที่เข้าท่า โดยผู้เล่นยังสามารถวิ่งทะลุกระจกหรือจะหมอบคลานเข้าไปยังพื้นที่แคบๆ ได้เพื่อหาเส้นทางใหม่หรือพื้นที่ในการหลบหนี หรือจะใช้มันในการแอบจัดการกับเหล่าศัตรู โดยในสถานการณ์การต่อสู้ผู้เล่นจะสามารถหนีการเผชิญหน้า และกลับมาลอบเร้นใหม่อีกครั้งเพื่อสร้างความได้เปรียบได้ แต่หากมันจำเป็นที่จะต้องต่อสู้เพื่อเปิดทาง เกมก็จะมีเครื่องมือที่หลากหลายมาให้ใช้งานอีกด้วย

ความคล่องแคล่วที่มากขึ้น

เอลลี่ จะมีความคล่องแคล่วมากกว่าศัตรูส่วนใหญ่ในเกม เธอสามารถวิ่งสปรินท์ และฉากหลบการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว การเรียนรู้รูปแบบการโจมตีด้วยอาวุธที่หลากหลายขอศัตรูและหาจังหวะหลบได้อย่างเชี่ยวชาญจะช่วยป้องกันการถูกโจมตีได้และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการโจมตีสวนอีกด้วย ผู้เล่นสามารถใช้ไอเทมประเภทขว้างหรือกับดักในการทำให้ศัตรูชะงักก่อนที่จะจัดการกับพวกการโจมตีอย่างรุนแรงให้ตาย หรือไม่ก็ใช้พวกมันเป็นโล่กำบังเพื่อป้องกันการโจมตีหรือจะใช้เป็นการยื้อเวลาในการหาหนทางใหม่ๆ ในการต่อสู้ก็ได้

พันธมิตรในการต่อสู้

เอลลี่ จะไม่ได้ออกเดินทางโดยลำพังเสมอไป เธอจะได้พบเจอกับพันธมิตรที่จะมาช่วยเหลือเธอในการท่องไปยังสภาพแวดล้อม การแจ้งตำแหน่งของศัตรู และยังมาช่วยเหลือการในการต่อสู้ ด้วยการที่มันมีทั้งเหล่ามนุษย์ผู้รอดชีวิตและเหล่า Infected ที่กระจายไปทั่วมันก็จะมีช่วงเวลาที่เกมจะมีภัยอันตรายอันหลากหลายที่มาปรากฏตัวพร้อมกัน และมันก็ได้นำมาสู่การสร้างกลยุทธ์และโอกาสในการจู่โจมแบบใหม่ ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกที่จะจัดการพวกมันอย่างตรงๆ ทั้งหมดเลยก็ได้ หรือจะล่อลวงพวกมันให้มาสู้กันเองและเฝ้ารอคอยจัดการกับเหล่าศัตรูผู้ที่เหลือรอด

การคราฟท์และอัปเกรด

เป้าหมายของทีมงานคือการสร้างความน่าสนใจที่อยากจะหาใครเทียบ และสิ่งที่จะมาพร้อมกับการควบคุมและแรงจูงใจของการเดินทางก็คือการที่ผู้เล่นจะสามารถคราฟท์สิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นไอเทม, อาวุธ ตลอดจนถึงการอัปเกรดตัวละครผ่านคู่มือต่างๆ ที่กระจายอยู่โดยรอบแผนที่ของเกม โดยทักษะเหล่านี้และคู่มือต่างๆ นั้นจะทำให้ผู้เล่นมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย และการตัดสินใจของผู้เล่นก็จะสร้างความแตกต่างในเชิงประสบการณ์การเล่นได้เป็นอย่างมาก โดยเกมยังมีระบบโต๊ะอัปเกรดอาวุธแบบใหม่อีกด้วยที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างรูปแบบการเล่นเฉพาะตัวของตัวเองได้ โดยการเก็บรวบรวมชิ้นส่วนเพื่อนำมาปรับแต่ประสิทธิภาพของอาวุธที่ใช้งานซึ่งมันจะมีการแสดงผลออกมาให้เราได้เห็นภาพและยังกลายเป็นส่วนหนึ่งไปกับตัวละครอีกด้วย

การเอาตัวรอดนั้นจำเป็นที่จะต้องมีชิ้นส่วนและข้าวของที่ผู้เล่นจะได้พบเจอในสภาพแวดล้อม โดนมันจะสามารถนำมาคราฟท์เป็นไอเทมที่ใช้ในการจู่โจมหรือป้องกันตัวเองก็ได้ไม่ว่าจะเป็นกับระเบิดแบบทุ่น, ลูกศรระเบิด, ที่เก็บเสียงสำหรับปืนพก และอื่นๆ เกมเพลย์ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้เล่นได้ดำดิ่งไปกับโลกของเกมและการเดินทางของ เอลลี่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์

The Last of Us Part II คือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ทีมงาน Naughty Dog เคยสร้างมาและมันก็ยังเป็นเกมที่มีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมาก แต่เกมเพลย์เหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่แสดงให้เห็นได้ว่า The Last of Us Part II มันจะเป็นเกมอย่างไร ซึ่งผู้เล่นจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เฉพาะบน PlayStation 4 เท่านั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:Sony Interactive Entertainment
Thanks,Gematsu