มีอะไรใน Tales of Vesperia Definitive Edition การกลับมาอีกครั้งของภาคที่ดีที่สุดของ Tales ซีรีส์

Tales Of Vesperia Definitive Edition กำลังจะออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 11 มกราคม 2019 แต่ทำไมมันจึงเป็น Tales ภาคนี้ที่ได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของการ Remaster ใหม่กันล่ะ? หากไม่ใช่ว่ามันคือเกมในซีรีส์ Tales ที่หลายคนยกให้มันเป็นภาคที่ดีที่สุด และอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเกม JRPG ที่ดีที่สุดในยุคของเครื่อง PlayStation 3 และ Xbox 360 ก็ว่าได้

Tales of Vesperia คือ?

Tales of Vesperia

Tales of Vesperia เป็นเกมในลำดับที่ 10 ของเกมในซีรีส์ Tales of ต่างๆ เกมแนวสมบทบาทที่เราอาจรู้จักกันในนาม JRPG ของทาง Bandai Namco ที่อยู่คู่กับวงการเกมมาตั้งแต่ปี 1995 กับภาคแรกของเกมในซีรีส์นี้ที่ชือว่า Tales of Phantasia ที่ออกวางจำหน่ายให้กับเครื่อง Super Famicom ก่อนที่มันจะได้ถูกนำกลับมาวางจำหน่ายใหม่อีกครั้งในแพลตฟอร์มอื่นๆ

โดย Tales of Vesperia นั้นจะเป็นเรื่องราวของอดีตทหารหนุ่ม Yuri Lowell ที่ได้พบเข้ากับ Estelle หญิงผู้สูงศักดิ์โดยบังเอิญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาก่อตั้งกองกำลังที่ชื่อว่า Brave Vesperia ที่ได้นำพาทั้งตัวของ Yuri และกองกำลังของเขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยตัวเกมฉบับดั้งเดิมนั้นได้ออกวางจำหน่ายในปี 2008 และเป็นหนึ่งในภาคที่หลายคนยกให้เป็นภาคที่ดี่สุดจวบจนทุกวันนี้

แม้จะได้คะแนนเฉลี่ยจากเว็บไซต์ Metacritic ที่ 79 คะแนน แต่เกมก็ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best RPG และ Best Original Score ของทางเว็บไซต์ IGN ในปี 2008 เช่นเดียวกับเว็บไซต์ GameSpot เกมก็ได้รับรางวัลในสาขาเดียวกัน และยังได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขา “Special Achievement – Best Story” และ “Special Achievement – Best Graphics, Artistic” อีกด้วย  ซึ่ง Tales of Vesperia ถือว่าเป็นหลักไมล์สำคัญของซีรี่ส์นี้เพราะมันมาพร้อมกับระบบใหม่ๆ ที่ได้ถูกนำไปใช้ในเกมภาคอื่นๆ ในภายหลังทั้งระบบ Linear Motion Battle System อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการปรับปรุงในภาคนี้ และโลกเกมขนาดใหญ่ที่เปิดกว้างให้ผู้เล่นได้สำรวจ

มีอะไรใหม่ใน Tales Of Vesperia Definitive Edition

Tales Of Vesperia Definitive Edition ก็จะเป็นการนำเอาเกมเดิมทเคยยอดเยี่ยมกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งด้วยการอัปเกรดกราฟิกของเกมให้รองรับการแสดงผลในระดับ HD เพลงประกอบที่มีการนำมาทำใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยในเกมเวอร์ชัน Definitive Edition จะมาพร้อมกับสองตัวละครที่มีเฉพาะในเวอร์ชัน PlayStation 3 ทั้ง Patty Fleur และ Flynn Scifo มาให้ได้เล่นกันในทุกแพลตฟอร์ม และยังมีการเพิ่มมินิเกม, บอส, และเสื้อผ้าใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีการออกวางจำหน่ายเกมเดิมเข้ามาอีกด้วย และยังมี Character Customization DLC ที่เคยเป็น DLC ที่ต้องเสียเงินซื้อในเกมต้นฉบับ ที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งเสื้อผ้าของตัวละครแถมมาให้อีกด้วย

โดย Tales of Vesperia Definitive Edition นั้นจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้งบน PC, Xbox One, PlayStation 4 และ Nintendo Switch พร้อมกันในวันที่ 11 มกราคม 2019 โดยแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีการแสดงผลที่แตกต่างกันออกไป โดยสำหรับเครื่องคอนโซลปกติตัวเกมจะรองรับการแสดงผลที่ความละเอียดสูงสุด 1080p ในขณะที่ PC จะสามารถแสดงผลได้สูงสุดในระดับ 4K โดยมีรายละเอียดดังนี้.

  • Nintendo Switch: ตัวเกมจะแสดงผลที่ 1080p หากผู้ใช้งานเสียบเครื่องเกมเข้ากับ Dock เพื่อเชื่อมต่อออกไปยังจอทีวี แต่เมื่อถอดจาก Dock มาใช้งานในรูปแบบ Handheld เกมจะลดการแสดงผลเหลือเพียงแค่ 720p เท่านั้น โดยเกมจะมีเฟรมเรตที่ 60 FPS ในขณะทำการต่อสู้และจะเหลือ 30 FPS ในสถานการณ์อื่นๆ
  • PlayStation 4:  ตัวเกมจะมีการแสดงผลที่ความละเอียด 1080p และมีเฟรมเรตที่ 60 FPS ตลอดเวลา
  • Xbox One: เกมจะมีการแสดงผลที่ความละเอียด 1080p และจะมีเฟรมเรต 60 FPS เฉพาะในขณะทำการต่อสู้ โดยในสถานการณ์อื่นๆ เกมจะมีเฟรมเรตลดลงเหลือ 30 FPS เท่านั้น
  • PC: ตัวเกมจะรองรับการแสดงผลที่ความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K และจะมีเฟรมเรตแปรผันไปตามสเปคของเครื่องที่ใช้งาน

โดยตัวเกมจะใช้พื้นที่ในการติดตั้งทั้งหมดประมาณ 28.75 GB โดย PC ที่สามารถเล่นเกมได้จะต้องมีสเปคขั้นต่ำและแนะนำดังนี้

MINIMUM:

  • Requires a 64-bit processor and operating system
  • OS: OS:Microsoft Windows 7/8/8.1/Windows 10 (64-bit)
  • Processor: CPU:Core i5-750, ~2.7GHz / AMD X6 FX-6350 3,9GHz AM3
  • Memory: 4 GB RAM
  • Graphics: GeForce GTX 660 2GB / Radeon HD 7950 3GB
  • DirectX: Version 11
  • Storage: 25 GB available space
  • Sound Card: DirectX 11 compatible
  • Additional Notes: Minimum Spec: Frame Fate: stable more than 60 Resolution: 1280×720 Setting: LOW/OFF Anti-aliasing: OFF The above conditions need to be met to achieve minimum system requirements.

RECOMMENDED:

  • Requires a 64-bit processor and operating system
  • OS: Microsoft Windows 7/8/8.1/ Windows 10 (64-bit)
  • Processor: CPU:Intel(R) Core(TM) i7-4770S、~3.1GHz / AMD Ryzen 7 1700
  • Memory: 16 GB RAM
  • Graphics: NVIDIA GeForce GTX 970 / Radeon (TM) RX 470 Graphics
  • DirectX: Version 11
  • Storage: 25 GB available space
  • Sound Card: DirectX 11 compatible
  • Additional Notes: Reccomended Spec requirement: Frame Fate: stable more than 60 Resolution: 1920×1080 Setting: HIGH Anti-aliasing: 2x or more The above conditions need to be met to achieve recommended spec requirement.

Tales of Vesperia: Definitive Edition จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มกราคม 2019 ทั้งบน Nintendo Switch, Xbox One, PlayStation 4 และ PC

บทความล่าสุด

Hunt: Showdown จะมีโหมดเล่นเดี่ยวแบบ PvE มาเพิ่มเติมให้กับตัวเกมในอนาคต

Hunt: Showdown เกมยิงมัลติเพลเยอร์ของ Crytek ในรูปแบบกึ่ง Battle Royale เตรียมเพิ่มโหมดการเล่น PvE ที่แฟนๆ เรียกร้องเข้าไปในเกมแล้ว

Monster Hunter World: Iceborne ปล่อยแผนการอัปเดตเกมในปี 2020

Monster Hunter World: Iceborne ได้ออกวางจำหน่ายบน PC อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ได้ออกวางจำหน่ายให้กับเครื่องคอนโซลทั้ง PS4 และ Xbox One มาตั้งแต่เดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา

Dying Light 2 เลื่อนการวางจำหน่ายออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ติดโรคเลื่อนการวางจำหน่าย สำหรับ Dying Light 2 ของทีมพัฒนา Techland ที่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่ามันจะมีการเลื่อนการวางจำหน่ายออกไปก่อน โดยที่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการวางจำหน่ายในตอนนี้

กว่าจะมาเป็นระบบนิเวศน์บนโลกเกมที่ไร้รอยต่อใน Monster Hunter: World

เป็นเวลากว่าทศวรรษที่เกม Monster Hunter ได้โลดแล่นอยู่ในวงการอุตสาหกรรมเกม แต่การมาของ Monster Hunter: World เกมภาคล่าสุดของแฟรนไชส์นี้ก็เรียกได้ว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญ