Neo Cab – Review การเดินทางค้นหาความเป็นคนที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์

ภายในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องที่ส่งแสงนีออน มีปัญญาประดิษฐ์อยู่ในทุกซอกถนนและแทบจะทุกซอกรูขุมขนของประชากรแต่ละคน นี่อาจจะมองเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบในสายตาของใครหลายคน แต่แท้ที่จริงแล้วเมืองนี้คือเมืองเย็นชา ไร้จิตวิญญาณอย่างยิ่ง เมืองที่มนุษย์ทุกคนแทบจะเหมือนเป็นแค่หุ่นยนต์ และคงจะถูกหุ่นยนต์เหล่านั้นแทนที่ได้ในไม่ช้า แต่ทว่าในเมืองนี้ยังคงมีรถแท็กซี่อยู่หนึ่งคัน รถแท็กซี่ที่จะไม่เพียงแค่พาผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางที่พวกเขาต้องการ แต่จะยังพาพวกเขาไปยังปลายทางที่เป็นคำตอบของ “การเป็นมนุษย์” ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่เทคโนโลยีทั้งหมดในเมืองนี้ก็ยังไม่สามารถพาพวกเขาไปยังเป้าหมายปลายทางนั้นได้

รถแท็กซี่คันนั้นมีนามว่า ‘Neo Cab’

เกม Neo Cab เป็นเกมแนวผจญภัยกึ่งนิยายภาพ ผู้เล่นมีการโต้ตอบกับเกมแค่การเลือกประโยคตอบกับผู้โดยสาร คุยกับตัวเองและกดเลือกลูกค้า และสถานที่ในแผนที่เท่านั้น ไม่สามารถขับรถ คลิกหยิบจับของหรือออกไปนอกรถได้โดยอิสระ ซึ่งอาจจะฟังดูว่าเป็นเกมที่เล่นไม่สนุกเท่าไหร่ แต่ว่าเนื้อในของเกมที่เล่าผ่านระบบง่าย ๆ แค่สองสามระบบ สามารถส่งผลกับประสบการณ์ในการเล่นได้อย่างใหญ่หลวง

Narrative

ในเกม Neo Cab ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นลีน่า โรเมโร คนขับแท็กซี่ Neo Cab ที่กำลังตกยุคเพราะมีรถอัตโนมัติของบริษัท Capra มาแทนที่ เธอได้จะย้ายมาในเมืองเทคโนโลยีชื่อ Los Ojos (ลอส โอจอส) ตามคำขอของเพื่อนเก่าชื่อแซวี่ แต่ก่อนที่พวกเธอทั้งสองจะได้เจอกัน แซวี่ก็ได้หายตัวไป เหลือไว้เพียงแค่เบาะแสจากโทรศัพท์ที่พังเท่านั้น ลีน่าจึงต้องออกตระเวนรับผู้โดยสารทั่วเมืองเพื่อตามหาเบาะแสของเพื่อนรักที่หายตัวไป

เนื้อเรื่องไม่แปลกใหม่อะไร แต่มันเป็นตัวที่คอยผลักดันให้ผู้เล่นเลือกรับผู้โดยสารต่อไป เพื่อที่จะคุยและตามหาเบาะแสของแซวี่ต่อ แต่ต้องยอมรับว่ามีบางทีที่เรื่องราวของผู้โดยสารเองนั้นน่าสนใจกว่าตัวเนื้อเรื่องหลักเยอะ เช่นเรื่องราวของสมาชิกกลุ่มลัทธิบูชาความเจ็บปวด และสาวใหญ่นักสถิติควอนตั้มผู้สามารถมองเห็นเส้นเวลาต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกคู่ขนานได้เป็นต้น และยังมีตัวละครที่เขียนบทได้เป็นมนุษย์มากเช่นกัน เช่นตัวละครที่อยากจะค้นหาตัวเอง ตัวละครที่อยากจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นต้น ไม่ว่าจะอยากได้เรื่องแปลก ขำ หรือดราม่า เกมนี้ก็คงสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ค่อนข้างดี และเกมก็ยังมีการกัดการเสพติดเทคโนโลยีของคนปัจจุบันได้อย่างแสบ ๆ คัน ๆ อีกด้วย

ตัวละครแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นลีน่าหรือผู้โดยสารนั้นมีตัวตนของตัวเองชัดเจน มีเหตุการณ์เรื่องราวมาเล่า มีความทรงจำ มีเป้าหมายและความรู้สึกฝังใจไม่ต่างกัน โดยเฉพาะลีน่า ตัวละครนี้ไม่ใช่ตัวละครที่ผู้เล่นสร้างขึ้นเอง เธอมีปัญหาส่วนตัว ความทรงจำและความรู้สึกที่ดีและแย่ต่อสิ่งต่าง ๆ ในโลกนั้นอยู่แล้ว ผู้เล่นสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ถ้าผู้โดยสารพูดจี้จุดมา ลีน่าก็จะแสดงอารมณ์โดยที่ผู้เล่นควบคุมไม่ได้เลย เวลาจะคุยอะไรก็ต้องใจเขาใจเราไว้ด้วย อย่าลืมว่าเราเองก็คุยกับคนเหมือนกัน

neo cab 02
พูดอะไรเกรงใจคนขับบ้างก็ดีนะ

กลับมาที่เนื้อเรื่องหลัก ผมมองว่าเนื้อเรื่องหลักสั้นมาก เพราะเวลาเกินครึ่งที่เล่นคือการที่ผมรับผู้โดยสารคนอื่นที่ไม่ส่งผลกับเนื้อเรื่องหลักเลย ทุกอย่างมันเส้นตรงมาก เกมจะบอกเลยว่าเราควรต้องไปหาใคร แล้วเขาที่ไหน (แต่จะคุยยังไง สำเร็จไหมก็อยู่ที่ตัวเราเอง) ถ้าเล่นแบบพุ่งตรง ๆ ก็น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงจบ แล้วเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรว้าวมาก มีแค่ฉากตอนใกล้จบที่ผมรู้สึกว่าตรงนั้นคือทั้งเนื้อเรื่องและระบบเกมมันเข้ามารวมกันได้อย่างกลมกล่อม เหมือนว่าเกมพยายามสอนระบบเพื่อมาใช้ในจังหวะนี้ทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ตอนจบไม่ได้หวือหวาเหมือนที่เกมพยายามจะทำให้มันเป็นและรู้สึกว่ามันยังห้วนเกินไป

Direction

อย่างที่ได้แจ้งไปด้านบนว่าเกมมีระบบแค่ให้ผู้เล่นเลือกโต้ตอบกับผู้โดยสารและคุยกับตัวเอง การเลือกตอบแต่ละอย่างส่งผลต่อ ‘อารมณ์’ ที่เป็นระบบหลักของเกมของเกมโดยตรง ผู้เล่นจะสามารถดูอารมณ์ของลีน่าได้เมื่อได้รับกำไลที่เรียกว่า “Feelgrid” โดยอารมณ์จะมีแสดงให้เห็นสองที่คือแผ่นสีที่มุมล่างซ้ายของจอ ซึ่งแผ่นนี้จะหายไปเมื่ออารมณ์ไม่เปลี่ยนเป็นระยะเวลาหนึ่ง และอีกส่วนคือที่ข้อมือด้านขวาของลีน่าเอง โดยสีที่ข้อมือจะขึ้นตลอดเวลา สีอารมณ์มีทั้งหมด 5 สีหลักคือขาว แดง เหลือง ฟ้าและเขียว ขาวคือไม่รู้สึกอะไร แดงคือโมโห เหลืองคือมีความสุข ฟ้าคือเศร้าและเขียวคืออารมณ์แบบสบาย ๆ โดยยิ่งสีเข้มขึ้นเท่าไหร่ แปลว่าลีน่ามีความรู้สึกอารมณ์นั้นแรงขึ้นตามความเข้มนั่นเอง

neo cab feel grid
ตารางอารมณ์ต่างๆ

อารมณ์สามารถส่งผลต่อตัวเกมได้หลายประการ อย่างแรกคือเพิ่มตัวเลือกคำตอบหรือล็อคตัวเลือกคำตอบบางข้อ ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถที่จะตอบอะไรที่ไม่ตอบสนองกับอารมณ์ของลีน่าตอนนั้นได้ เช่นถ้าลีน่าโมโหอยู่ จะให้กลับมาใจเย็นเลยไม่ได้ ถึงแม้ผู้เล่นจะสามารถเลือกคำตอบนั้นได้ ลีน่าก็จะไม่ทำตามนั้นพร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงพูดออกไปแบบนั้นไม่ได้ แล้วเกมก็จะส่งผู้เล่นมาที่หน้าเลือกคำตอบเดิม ผู้เล่นจะต้องเลือกตอบด้วยสิ่งที่เบาลงเพื่อค่อย ๆ แก้ไขอารมณ์ให้เป็นไปตามที่ผู้เล่นต้องการ และไม่ใช่แค่อารมณ์ของลีน่าที่ส่งผลอย่างเดียว คนเล่นต้องคำนึงถึงอารมณ์ของผู้โดยสารด้วย โดยส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะแสดงอารมณ์จากสีหน้าและคำพูด ฉะนั้นต้องจำไว้ตลอดเวลาว่าผู้โดยสารชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะการที่ผู้เล่นทะเลาะกับผู้โดยสาร จะส่งผลต่อคะแนนเรทติ้งคนขับของลีน่าด้วย

neo cab 04
ถึงแม้เธอจะรู้ว่าผู้โดยสารต้องการอะไร แต่เธอก็ไม่สามารถบังคับตัวเองในตอนนั้นให้พูดชมเชยสิ่งที่เธอไม่ชอบได้ แม้มันจะส่งผลกับการงานของเธอก็ตาม

neo cab05
ถ้าคำตอบโดนล็อคเพราะอารมณ์ไม่สัมพันธ์ ช่องคำตอบจะขึ้นเป็นสีของอารมณ์นั้นๆ

neo cab 06
ถ้าอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งช่วยเพิ่มตัวเลือก ที่มุมบนซ้ายของคำตอบจะขึ้นเป็นสีของอารมณ์นั้นแบบจางๆ ผู้เล่นสามารถสังเกตอารมณ์ตอนนี้ของลีน่าได้ที่ Feelgrid บนข้อมือ

ระบบต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันและเกี่ยวข้องกับการเลือกตอบกับอารมณ์โดยตรงก็คือระบบเรทติ้งดาว เนื่องจาก Neo Cab เป็นแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ ผู้โดยสารสามารถให้ดาวและวิจารณ์คนขับได้โดยตรง ถ้าลีน่าทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ดาวที่ลีน่าได้ก็จะลดลงไปด้วย และบริษัท Neo Cab บังคับว่าคนขับต้องมีดาวเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ดาว มิฉะนั้นจะโดนทาง Neo Cab ปิดบัญชีผู้ขับขี่ และมีผู้โดยสารบางคนจะมีสถานะ Neo Cab Prime ซึ่งถ้าจะเลือกรับต้องมีเรทติ้งคนขับที่ 5 ดาวเท่านั้น แต่ดีที่ว่าไม่ได้ปั้มดาวขึ้นยากนัก หรือไม่ก็ถ้าได้ดาวน้อย ผู้เล่นสามารถโหลดเซฟตอนก่อนที่จะรับลูกค้าคนนั้นได้ ถึงแม้เกมจะไม่มีระบบให้ผู้เล่นเซฟเอง แต่ระบบเซฟอัตโนมัติก็จะเซฟให้เมื่อเริ่มวันใหม่ หรือหลังส่งผู้โดยสารเสร็จ

neo cab 07
คุณลูกค้าทำไมใจร้ายขนาดนี้

neo cab review
รีวิวน้อยเจ้าเดียว ดาวดิ่งฮวบเลย

ระบบต่อมาของเกมคือระบบแผนที่ ซึ่งมีประโยชน์สามอย่างด้วยกัน หนึ่งคือใช้เลือกลูกค้า สองคือใช้หาที่ชาร์จแบตเตอรี่รถ สามคือใช้หาที่นอนพัก ผู้เล่นจะต้องเลือกลูกค้าที่อยากจะรับเอง และถ้าเล่นไปเรื่อย ๆ ก็สามารถรับคนเดิมซ้ำเพื่อเล่นเนื้อเรื่องของผู้โดยสารคนนั้นต่อได้ ลูกค้าแต่ละคนอยู่คนละที่และมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน ฉะนั้นผู้เล่นก็ต้องดูด้วยว่าเป้าหมายของลูกค้านั้นคืออยู่ตรงไหน และคำนวนจำนวนแบตที่ใช้ ค่าชาร์จแบตและสถานที่พักด้วย โดยในเกมจะมีขึ้นบอกตลอดว่าปั้มชาร์จแบตอยู่ตรงไหนบ้าง ราคาเติมชาร์จแท่งละเท่าไหร่ (เต็ม 4 แท่ง) ปั้มแต่ละจุดก็มีราคาต่างกัน สถานที่นอนแต่ละที่ก็มีราคาต่างกันด้วย ฉะนั้นคนเล่นต้องคำนึงถึงเงินที่ตัวเองมี จำนวนไฟในแบต สถานที่ของตัวเองตอนนั้นและที่นอนด้วย

neo cab 08
ที่นอนอย่างไกล แต่โชคดีที่ตรงนี้ค่าชาร์จถูก…

ระบบเกมนี้ค่อนข้างชัดเจน ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนมาก โดยแบ่งเป็นสองระบบหลักคือ เลือกผู้โดยสารที่จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องหลักก็ได้ อ่านแล้วเลือกตอบ ดูอารมณ์ตัวเองกับผู้โดยสาร ทำจนกว่าจะครบโควต้าของแต่ละวันและพยายามรักษาเรทติ้งกับ ส่วนอีกระบบคือการวางแผนเรื่องการเงิน วางแผนว่าจะไปอยู่ที่ไหน เติมไฟที่ไหนเหมาะ แล้วก็หาที่พัก ถึงจะแยกเป็นสองระบบหลักแต่ว่าระบบเหล่านี้เชื่อมต่อกันอย่างชัดเจน เพราะถ้าเลือกลูกค้าไม่ดี ตอบไม่ถูกจนเรทติ้งตกหรือเจอตำรวจเรียกค่าปรับ มันก็จะส่งผลถึงระบบการบริหารเงินอย่างชัดเจน แต่ถ้าไม่มีเงิน เกมก็มีระบบที่ช่วยให้หาเงินได้ เช่นให้ตอบคำถามในมือถือและให้ลีน่านอนในรถ แต่ตัวเลือกเหล่านี้จะมีให้เลือกเมื่อไม่มีเงินพอใช้แล้วเท่านั้น รวมไปถึงว่าถ้าลูกค้าไม่พอใจ ก็อาจจะส่งผลให้การรับลูกค้าซ้ำเพื่อเดินเรื่องต่อนั้นยากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นทุกการกระทำสามารถส่งผลให้ผู้เล่นได้ไม่น้อยเลย

Visual Design

ตัวเกมมีกราฟฟิคเป็นแบบ Cel-Shade จึงไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก แต่ด้วยการที่เกมเป็นงานศิลป์แบบ Cyberpunk แบบตอนกลางคืนจึงมีการใช้แสงเยอะ ซึ่งผมว่าจุดนี้เกมทำได้ดี แสงเนียนและช่วยให้ตัวละครมีมิติโดดเด่นออกมาจากฉากที่เป็นรถและถนน คือถึงจะดูว่าไม่สมจริง แต่ว่ามันก็ออกมาสวยงามในฐานะเกม Cel-Shade หนึ่งเกม แล้วเกมก็รันได้ดีโดยที่ไม่มีปัญหาเฟรมตก (CPU Ryzen 5 3600 3.6Ghz, GPU GTX 970)

neo cab 09
เงาและแสงสีม่วงบนหน้าของตัวละครและเบาะกับแสงจากตุ้มหูทำให้ฉากนี้ดูมีมิติมาก

ด้านอนิเมชั่นเป็นส่วนที่ผมค่อนข้างไม่ค่อยพอใจ ผมรู้สึกว่าอนิเมชั่นน้อยแล้วมีการใช้ซ้ำเยอะ ผมอยากให้มีอนิเมชั่นที่แสดงความรู้สึกแบบเล็กน้อยบ้าง เพราะในเกมคือต่อให้โมโหนิดเดียว หน้าก็หยิกจนสุดหรือไม่ก็ไม่มีแสดงอารมณ์อะไรเลย รวมไปถึงอนิเมชั่นแข็ง จนบางทีก็ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย

อีกจุดที่ผมไม่ค่อยพอใจก็คือการออกแบบฉาก เกมพยายามอธิบายสถานที่ให้เราเห็นอย่างเลิศหรู แต่ผู้เล่นแทบไม่ได้เห็นสิ่งที่เกมอธิบายเลย ส่วนมากจะได้เห็นแค่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ที่ดูเหมือนจะล้อมรอบสิ่งก่อสร้างนั้น แต่สิ่งที่เกมพูดถึง เราแทบไม่ได้เห็นเลย

neo cab 10

เช่นในรูปด้านบน เกมพูดมาซะใหญ่โตว่าลีน่าจอดรถอยู่ที่หน้าอพาร์ทเมนท์ที่มีแสงสว่างและมีการออกแบบเหมือนคอนโดกับ arcology ผสมกัน (สถาปัตยกรรมแบบนิเวศวิทยา) แต่คนเล่นไม่เห็นเลย เห็นแต่แสงสีม่วงวาบ ๆ ที่ด้านขวาของจอเท่านั้น

อีกอย่างที่ไม่วิจารณ์ไม่ได้เลยบทตัว PC ก็คือการปรับกราฟฟิค เพราะผู้เล่นไม่สามารถปรับกราฟฟิคได้ในเกม ปรับไม่ได้แม้กระทั่งความคมชัดของภาพ แล้วตัวกราฟฟิคที่เกมปรับมาให้ก็ไม่มีการล็อคเฟรมเรทใด ๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นเครื่อง PC ของท่านจะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ในหน้าตั้งค่าของเกมมีให้ปรับแค่เสียงดนตรี เสียงเอฟเฟค ภาษา และความเร็วของตัวหนังสือเท่านั้น ถ้าอยากจะปรับกราฟฟิคและล็อคเฟรมเรทให้เหลือ 60 ต้องกดปุ่ม CTRL+ALT ตอนที่กดเปิดเกม แล้วจะมีกล่องขึ้นมาให้เลือก โดยควรเลือก Graphics Quality เป็น Beautiful ขึ้นไปเพื่อภาพที่สวยงามขึ้นและล็อคเฟรมเรท เพราะ Good นั้นไม่มีการล็อคเฟรมเรท แต่ถ้ายิ่งปรับสูงเกมก็จะยิ่งกินสเปคตามไปด้วย ฉะนั้นถ้าเครื่องท่านไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้เลือกเป็น Beautiful หรือไม่ก็ Good แล้วใช้โปรแกรมภายนอกล็อคเฟรมเรทเอาแทนครับ

ภาพเทียบกราฟฟิคตั้งแต่ Good ถึง Ultra โดยตัวเลขด้านบนซ้ายคือทรัพยากรที่เกมใช้จากการตั้งกราฟฟิคแต่ละอันโดยไม่มีการปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น (แคปจากเครื่อง CPU Ryzen 5 3600 3.6Ghz, GPU GTX 970 ความละเอียด 1600×900)

กราฟฟิคแบบ Good

กราฟฟิคแบบ Beautiful

กราฟฟิคแบบ Fantastic

กราฟฟิคแบบ Ultra

Music & Sound Design

ข้อแรกที่เห็นชัดที่สุดของเกมนี้เลยก็คือว่า “ไม่มีเสียงพากย์” ใดทั้งสิ้น ทั้งเกมจะมีแต่เสียงดนตรีและเสียงเอฟเฟคเท่านั้น ส่วนตัวผมไม่มีปัญหากับเรื่องเสียงพากย์มากนัก เพราะถ้าทีมงานงบไม่พอ หาคนพากย์ดี ๆ มาไม่ได้ ก็อย่ามีให้มันเสียอรรถรสเลยจะดีกว่า

แต่ผมค่อนข้างสองจิตสองใจกับเสียงดนตรีและเสียงเอฟเฟค ผมคิดว่าแต่งดนตรีมาได้ดีแต่มีน้อยเกินไปเลยมีการเล่นซ้ำบ่อย แล้วเพลงเป็นแนว Lofi ถ้าใครที่ไม่ชอบเพลงแนวฟุ้ง ๆ เบสแน่น ๆ ก็อาจจะไม่ชอบเพลงของเกมนี้เท่าไหร่ ผมเองไม่ค่อยมีปัญหากับแนวนี้ แต่ผมรู้สึกว่าบางทีเสียงเพลงที่มาจากการตั้งค่าของผู้พัฒนามันดังเกินไป เบสเยอะเกินไปจนทำให้เสียสมาธิในการอ่าน แนะนำว่าให้ลดเสียงเพลงลงเหลือสัก 25-30% เปิดเหมือนเสียงวิทยุคลอเบา ๆ จะทำให้ไม่เสียอรรถรสในการเล่นและทำให้มีสมาธิมากขึ้นครับ

ส่วนเรื่องเสียงเอฟเฟกต์ ผมว่ามันธรรมดามาก ซึ่งมันก็ไม่ใช่ข้อเสียนะ แต่บางทีมันถูกกลืนจนมิดไปเลย

Summary

ถ้าจะเปรียบเทียบเกมนี้เหมือนอะไรสักอย่าง ก็คงจะเหมือนการนั่งรถแท็กซี่ที่มีคนขับดีนั่นแหละครับ เรานั่งแท็กซี่โดยมีเป้าหมายเพื่อจะเดินทาง คนขับคุยสนุก มีปัญหารถติดตามทางบ้าง และอาจจะเจอผู้ร่วมใช้ถนนที่ขับรถได้อย่างดีเยี่ยมจนต้องบีบแตรชมเชย แต่สุดท้ายเราก็ถึงปลายทางที่เราตั้งใจไว้ด้วยราคาที่ค่อนข้างเหมาะสม ถึงเกมจะเอาระบบทั้งหมดมาใช้ในการเล่าเรื่องได้อย่างกลมกล่อม จนมีจุดนึงที่ผมถึงขั้นสะอึกเลย ไม่นึกว่าเกมจะเอาระบบเกมมาตีตลบใส่คนเล่นแบบนี้ ซึ่งมันดีมาก ๆ แต่ผมรู้สึกว่าเกมยังสั้นเกินไป ระบบที่พักกับการชาร์จไฟที่แพงเหมือนพยายามเร่งให้คนเล่นรีบจบ เกมมันเลยดูว่าอาจจะแพงไปสักหน่อยถ้าเทียบกับการที่ผมเล่นจบภายใน 3 ชม. นิด ๆ ผมเลยมองว่าเกมนี้มันต้องเล่นซ้ำ โดยวางแผนไปเลยว่ารอบนี้จะเล่นคุยกับใคร แล้วก็ลุยตามนั้น แต่ถ้าให้ผมเสนออะไรสักอย่าง ก็คงเป็นว่าให้มีโหมดให้คนเล่นเข้าไปคุยกับตัวละครอื่นโดยที่ไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่องหรือระบบเงิน แบบนี้ผมว่าน่าจะทำให้เกมเล่นได้สนุกยิ่งขึ้น ทีมงาน Fellow Travelers นั้นมีเป้าหมายที่จะทำเกมแนวคุยเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์และอารมณ์ของคนในโลก Cyberpunk Dystopia แล้วสุดท้ายเขาก็ไปถึงจุดปลายทางที่เขาต้องการได้อย่างไม่เคอะเขิน เพียงแต่ว่าน่าเสียดายการเดินทางนั้นยังมีอุปสรรคที่ทำให้ขัดใจอยู่บ้างเท่านั้นเองครับ

บทความล่าสุด

Google Stadia เตรียมเปิดตัวเกม Time exclusive อีกหลายเกมในช่วงต้นปีนี้

การวางจำหน่ายเกมในรูปแบบ exclusive ได้กลายมาเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมเกมให้ความสนใจกันอีกครั้งหลังจากที่ Epic Games ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมาจากการใช้เนื้อหา Time exclusive มากินส่วนแบ่งไปจากทาง Steam ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทางบริการใหม่ของ Google อย่าง Stadia นั้นก็อาจจะมีการใช้แนวทางเช่นเดียวกันในอนาคตด้วย

Cyberpunk 2077 เลื่อนวางจำหน่ายไปเป็น 17 กันยายนแล้ว

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ติดกระแสโรคเลื่อนไปด้วยสำหรับ Cyberpunk 2077 ผลงานชิ้นใหม่ของทีมงาน CD Projekt Red ที่ทางคุณ Marcin Iwiński ผู้ก่อตั้งทีมพัฒนาและหัวเรือใหญ่คุณ Adam Badowski ได้ออกมาแถลงการณ์แล้วว่าเกม Cyberpunk 2077 จะต้องเลื่อนการวางจำหน่ายไปเป็นวันที่ 17 กันยายนแล้ว

Photogrammetry คืออะไร? ทำไมอุตสาหกรรมเกมยุคใหม่ถึงชอบเอ่ยถึง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้คำว่า “Photogrammetry” เป็นสิ่งที่ทางผู้พัฒนาเกมได้หยิบยกนำมาเป็นประเด็นสำคัญเสมอในกระบวนการสร้างภาพกราฟิกให้ออกมาราวกับโลกแห่งความเป็นจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Resident Evil 7 และ 2 ฉบับสร้างใหม่ หรือ Call of Duty: Modern Warfare และเกมอื่นๆ มันมีกรรมวิธีอย่างไรในการสร้าง และปัจจัยอะไรที่ทำให้มันจะกลายเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานในการสร้างเกมในหลังจากนี้

Magic: Legends จะเปิดให้เล่นบน PC ในปีนี้และจะเปิดทดสอบ Beta ในช่วงไตรมาสที่สอง

เปิดตัวออกมาในช่วงปลายปีที่แล้วสำหรับเกมจากการ์ดเกมยอดนิยมแห่งยุค Magic: Legends เกม MMORPG ในรูปแบบ Free-to-Play ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่ามันจะเปิดให้บริการอย่างเต็มตัวในปีนี้แน่นอน