มนต์เสน่ห์และที่มาของความลึกลับในสไตล์ Lovecraftian

ที่ทำให้มันยังคงแฝงตัวอยู่จนถึงทุกวันนี้

เจ้าปีศาจหนวดปลาหมึกน่าจะเป็นสิ่งที่เคยผ่านตาใครหลายคน มันมักอยู่ในวิดีโอเกม ภาพยนตร์การ์ตูน และหนังสือหลายต่อหลายเล่ม ชื่อของมันคือ Cthulu ชื่ออันแสนแปลกประหลาดที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจอ่านชื่อของมันได้อย่างถูกต้อง แต่อะไรกันล่ะที่ทำให้เจ้าปีศาจ Cthulu นั้นยังคงแฝงตัวอยู่ในทุกสื่อสมัยใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ หากไม่ใช่เพราะมนต์เสน่ห์ และความลึกลับที่เราเรียกขานกันว่า Lovecraftian

Spotify Badge


หมายเหตุ:
บทความนี้ได้รับการอนุเคราะห์และได้รับอนุญาตจากทางเพจ เรื่องเล่าจากข้างใต้ผืนฟ้าที่ไร้แสง เป็นที่เรียบร้อยแล้วทาง Gamerism.co จึงใคร่ขอขอบคุณเจ้าของบทความมา ณ ที่นี้ และหากใครสนใจเรื่องราวของ Lovecraft ก็สามารถเข้าไปร่วมพุดคุยกันได้ในกลุ่ม Lovecraftian Thailand

H.P. Lovecraft

Lovecraft

แม้ชื่อของ “เอช. พี. เลิฟคราฟท์” อาจจะไม่ใช่ชื่อที่คุณรู้จักหรือคุ้นหู แต่คุณสามารถที่จะพบเจอกับสิ่งที่เขาได้ให้กำเนิดอยู่เกือบจะทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ วรรณกรรม หรือเกม โดยหนึ่งในตัวละครที่คุณคงจะคุ้นเคยดีก็คืออสูรกายร่างยักษ์หัวปลาหมึกที่เราต่างก็รู้จักกันดีในนาม “Cthulhu” (อย่าถามว่าออกเสียงในภาษาไทยอย่างไร เพราะแม้แต่ตัวของเลิฟคราฟท์ผู้ให้กำเนิดมันก็คงเปล่งเสียงที่ถูกต้องให้แก่คุณฟังไม่ได้)

และแน่นอนว่า “เอช. พี. เลิฟคราฟท์” ผู้ที่เรากำลังกล่าวถึงกันอยู่นี้เองก็คือผู้ที่ให้กำเนิดแนวเขียนที่เรียกว่า “Lovecraftian” และ “Cthulhu Mythos”

ส่วนเรื่องที่ว่าแนวเขียนประเภท Lovecraftian นี้เป็นอย่างไร เราจะมาสาธยายให้แก่คุณได้ฟังในวันต่อไป แต่ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับบิดาแห่งความบ้าคลั่งผู้นี้กันก่อน

ชีวิตของ โฮเวิร์ด ฟิลิปส์ เลิฟคราฟท์ (Howard Philips Lovecraft: 1890 – 1937) แทบจะดราม่าไม่ต่างไปจากนักเขียนผู้โด่งดังอย่าง เอ็ดการ์ อัลลัน โป เลยสักนิด โดยเรื่องราวดราม่าในชีวิตของเขาก็เช่น…

บิดาของเขาป่วยเพราะอาการทางจิตและเสียชีวิตนับตั้งแต่เมื่อตอนที่ตัวเขาเองยังเล็ก อีกทั้งตัวเขาเองก็เป็นเด็กที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง เขาจึงไม่อาจที่จะไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้เหมือนกับเด็กทั่วไป (กระนั้นเลิฟคราฟท์ก็มีทักษะโดดเด่นเป็นอย่างมากในด้านวรรณกรรมและสนใจเกี่ยวกับดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก)

อาจจะเป็นเพราะเรื่องสุขภาพ เลิฟคราฟท์ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อย่างสันโดษ แม้เขาจะได้แต่งงานกับโซเนีย กรีน แต่หลังจากที่แต่งงานกันไม่นาน ครอบครัวของเขาก็ได้ประสบปัญหาทางการเงิน โซเนียจึงได้ย้ายไปยังโอไฮโอเพื่อหางานและทั้งสองก็ได้หย่าร้างกันในภายหลัง

ก็เหมือนเช่นเอ็ดการ์ อัลลัน โป เลิฟคราฟท์ไม่มีงานประจำและได้หาเงินยังชีพด้วยการเขียนเพียงอย่างเดียว เพราะเหตุนี้เขาจึงได้ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักมาโดยตลอดถึงขั้นจะต้องอดอาหารเพื่อซื้อกระดาษสำหรับเขียนจดหมายเพื่อใช้ติดต่อกับเพื่อนนักเขียน เขาไม่เคยพบเจอกับความสุขสบายในชีวิตเลยสักครั้งจนกระทั่งเขาจากไปในปี 1937 ด้วยวัย 46 ปี

Cthulu Mythos

ถึงแม้ชีวิตของเลิฟคราฟท์จะไปได้ไม่สวย แต่มรดกที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ก็คือจุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของนักประพันธ์ในรุ่นหลัง หนังสือที่ชื่อ Necronomicon ใน The Evil Dead, ตัวละครที่ชื่อ Randall Flagg ใน The Dark Tower หรือเกมชื่อดังอย่าง Bloodborne ก็เป็นสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นเพราะมรดกที่ Lovecraft ได้ทิ้งเอาไว้

เรื่องสั้นปูพื้นฐานสู่จักรวาลสยอง

Call of Cthulu

เมื่อกล่าวถึงงานเขียนของเลิฟคราฟท์ ผลงานชิ้นแรกเลยที่วูบผ่านเข้ามาภายในหัวของคนส่วนใหญ่ก็คงจะเป็น “Call of Cthulhu” เพราะคงจะไม่มีเทวาตนใดอีกแล้วของเลิฟคราฟท์ที่จะเป็นที่รู้จักได้มากไปกว่าเทวาหน้าปลาหมึกตนนี้ และก็เป็นเพราะเหตุนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยได้มีโอกาสอ่านผลงานของเลิฟคราฟท์จึงมักที่จะเริ่มต้นจากการอ่าน “Call of Cthulhu” เป็นเรื่องแรก

ว่าแต่ “Call of Cthulhu” เป็นนิยายเรื่องที่ดีที่สุดของเลิฟคราฟท์ที่คุณไม่ควรจะพลาดจริง ๆ หรือ?

คำตอบที่คุณจะได้รับนั้นก็คงจะขึ้นอยู่กับว่าคุณนั้นได้ไปถามกับใคร เพราะรสนิยมของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจจะชอบนิยายเรื่องดังกล่าว ในขณะที่บางคนนั้นก็อาจจะไม่ชอบ

ซึ่งผมขอสารภาพตามตรง “Call of Cthulhu” ไม่ใช่ผลงานของเลิฟคราฟท์ที่ผมชอบที่สุดและอยากที่จะแนะนำให้คุณเริ่มต้นอ่านเลิฟคราฟท์จากเรื่องสั้นเรื่องอื่นมากกว่า

แล้วเรื่องใดบ้างล่ะที่ผมอยากจะแนะนำให้แก่คุณได้อ่าน?

วันนี้ผมจะมาบอกเล่าให้แก่คุณได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องสั้นของเลิฟคราฟท์ที่ผมชอบมากที่สุด 5 เรื่อง (โดยที่ไม่เรียงลำดับและต้องขอบอกไว้ก่อน ณ ที่นี้ว่ารสนิยมของผมนั้นออกจะประหลาด ดังนั้นคุณจึงไม่ควรที่จะหยิบยกบทความนี้ไปใช้เพื่ออ้างอิงว่าเรื่องสั้นทั้ง 5 ดีกว่างานเขียนชิ้นอื่น ๆ ของเลิฟคราฟท์)

I. “The Rats in the Walls”

“คุณเดลาพอร์” ได้เดินทางจากแมสซาชูเซตส์ไปยังอังกฤษเพื่อที่จะฟื้นฟูบ้านหลังเก่าที่กาลครั้งหนึ่งเคยเป็นของต้นตระกูลอันเก่าแก่ของเขา ที่นั่นเองที่เขาได้มีโอกาสพบเจอกับปริศนาอันดำมืดของตระกูลและความลับต้องห้ามที่ซุกซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้ผืนดินข้างใต้ของปราการ

นั่นก็คือเรื่องเล่าโดยย่อของ The Rats in the Walls ของเลิฟคราฟท์และเป็นเรื่องสั้นชิ้นสำคัญที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจคิดอยากจะเขียน “ความวุ่นวายที่คืบคลาน” (โอเค เวอร์ชั่นแรกอาจจะกากแต่เวอร์ชั่นปัจจุบันน่าจะถีบตัวขึ้นมาในระดับที่พออ่านได้สองสามหน้าก่อนจะเบื่อ)

เรื่องสั้นเรื่องนี้จัดได้ว่าเป็นเรื่องสั้นที่แปลกมาก ๆ ชิ้นหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นโดยเลิฟคราฟท์ เพราะโดยปกติแล้วเขามักที่จะเลี่ยงเขียนถึงเลือดและความตาย ทว่าผลงานชิ้นนี้กลับให้อารมณ์น่าขยะแขยงอยู่ไม่น้อยในช่วงท้าย ผมชอบในอารมณ์ลึกลับขมุกขมัวแบบโกธิคภายในผลงานชิ้นนี้ของเขามาก ๆ และการผจญภัยในช่วงท้ายของเรื่องก็จัดได้ว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ “The Rats in the Walls” จึงเป็นเรื่องสั้นที่ผมชอบที่สุดของเลิฟคราฟท์และอยากที่จะให้คุณลองอ่านเป็นเล่มแรก ๆ (ซึ่งถ้าคุณชอบผลงานของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ คุณก็คงจะหลงรักเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้ไม่ยาก)

II. “At the Mountain of Madness”

แอนตาร์กติกา นับได้เป็นดินแดนที่น้อยคนนักเคยได้มีโอกาสก้าวผ่านไปเหยียบและสำรวจ ข้างใต้สภาพอากาศอันหนาวเย็น ใครเลยจะรู้ว่ามันจะมีปริศนาลึกลับอันใดซ่อนอยู่ ซึ่ง “At the Mountain of Madness” ของเลิฟคราฟท์ก็คือเรื่องสั้นที่จะพาคุณไปเยือนยังผืนทวีปที่ไร้ซึ่งชีวิตแห่งนั้นเพื่อเผชิญหน้ากับความสยองขวัญแห่งอดีตกาล

“At the Mountain of Madness” ก็คือผลงานที่สร้างรายรับให้แก่เลิฟคราฟท์มากที่สุดเมื่อครั้งเขายังมีชีวิต ($315) โดยจุดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องสั้นชิ้นนี้ก็คือการผจญภัยในดินแดนที่ไม่เคยมีผู้ใดไปถึง (ณ ยุคนั้น) เช่น แอนตาร์กติกา และการได้พบเจอกับอารยธรรมที่สาบสูญซึ่งนำไปสู่เรื่องราวเขย่าขวัญ ออกจะเป็นเนื้อหาที่ฟังดูซ้ำซากไปสักหน่อย แต่ผมไม่คิดว่าภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดจะมีอสูรกายสุดแนวอย่าง Shoggoths ให้ได้เจอหรอกจริงไหม?

III. The Shadow over Innsmouth

“The Shadow over Innsmouth” เป็นเรื่องสั้นของเลิฟคราฟท์ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอกที่ต้องเข้าไปนอนพักค้างแรม (เพราะไม่มีทางเลือก) ในเมืองแปลก ๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Innsmouth (ในแมสซาชูเซตส์) แน่นอนว่าเมืองดังกล่าวนี้ไม่ใช่บ้านของมนุษย์ธรรมดาสามัญเช่นเรา แต่มันก็คือถิ่นบนดินของเหล่า Deep Ones อันเป็นหนึ่งในอสูรกายผู้โด่งดังที่สุดเผ่าพันธุ์หนึ่งของเลิฟคราฟท์

ผลงานชิ้นนี้เองก็คือผลงานชิ้นที่ทำให้เหล่า Deep Ones กลายเป็นที่จดจำ เราคงไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ว่าการที่ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากพวกนั้นในเมืองสุดประหลาดยามค่ำนับได้ว่าเป็นฝันร้ายโดยแท้ และจุดหักมุมของเรื่องในตอนปลายก็เป็นอะไรที่แสบสันต์เอาเรื่อง (อย่างน้อยก็เมื่อเทียบตามมาตรฐานของงานเขียน ณ ยุคนั้น) ซึ่งเกมอย่าง Dark Connors of the Earth นั้นก็ถือกำเนิดขึ้นโดยอ้างอิงจากเรื่องสั้นชิ้นนี้แล

IV. The Colour Out of Space

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเพราะอุกกาบาตขนาดเล็กที่ร่วงหล่นลงในไร่ของครอบครัวการ์ดเนอร์ อุกกาบาตดังกล่าวนั้นมีองค์ประกอบอันแปลกประหลาด เพราะเมื่อเวลาได้เคลื่อนผ่านไป มันก็ค่อย ๆ ระเหยหายไปกลายเป็นแสงสีหรือหมอกควันประหลาดซึ่งไม่เหมือนกับแสงสีใดซึ่งมนุษย์เคยรู้จัก ซึ่งการมาของมันนั้นก็ได้ส่งผลให้ครอบครัวการ์ดเนอร์นั้นต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันเลวร้ายและทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องจดจำกันต่อไปจนวันตาย

“The Colour Out of Space” อาจจะไม่ใช่ผลงานของเลิฟคราฟท์ที่ผูกกับ Mythos โดยตรงเสียทีเดียว แต่มันก็นับได้เป็นหนึ่งในผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดชิ้นหนึ่งของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะไม่มีจุดหักมุมใด ๆ ที่เหนือเกินไปกว่าที่คนยุคเราจะคาดเดา แต่เราก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ว่าแนวคิดเกี่ยวกับ “อุกกาบาตที่ระเหยเป็นสีสันประหลาดและนำพามาซึ่งความโชคร้าย” นั้นเป็นแนวคิดที่ประหลาดและสดใหม่จริง ๆ สำหรับใครก็ตามที่ไม่เคยมีโอกาสได้อ่าน คงไม่มีผลงานชิ้นใดอีกแล้วของเลิฟคราฟท์ที่จะบอกเล่าความสยองของอวกาศได้ดีเกินไปกว่านิยายวิทยาศาสตร์เรื่องนี้

V. The Haunter in the Dark

“The Haunter in the Dark” เป็นผลงานที่เลิฟคราฟท์ได้เขียนขึ้นเพื่อเป็นตอนต่อของ “The Shambler from the Stars” อันเป็นเรื่องสั้นของ Robert Bloch

โดยภายในเรื่องสั้นชิ้นนี้ เลิฟคราฟท์ได้บอกเล่าถึงเรื่องราวของ Robert Blake ซึ่งสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับโบสถ์ร้างที่เขาเฝ้ามองอยู่ประจำจากที่พักใน Providence ในวันหนึ่งเขาได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปที่นั่นและได้ค้นพบความลับอันดำมืดของโบสถ์แห่งนั้น และการผจญภัยเล็ก ๆ ของเขาก็คือสิ่งที่ได้นำพาไปสู่ชะตากรรมอันไม่พึงประสงค์ที่เขาต้องเผชิญในตอนจบของเรื่องสั้น

อาจจะด้วยเหตุผลที่โดยปกติแล้วเรื่องเล่าของเลิฟคราฟท์มักจะมีฉากหลังเกิดอยู่ในสถานที่ซึ่งอยู่ไกลห่างจากสายตาของผู้คน แนวคิดเกี่ยวกับ “ฝันร้ายใกล้บ้าน” จึงเป็นอะไรที่ออกจะให้ความรู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อยสำหรับชาวเลิฟคราฟท์ ทันทีที่อ่านจบ มันทำให้ผมเริ่มที่จะมโนเกี่ยวกับความลับ (ที่ไม่น่าจะมีอยู่) ของโบสถ์ใกล้บ้านขึ้นมาเสียมิได้เลยละ สำหรับนักเขียนอย่างผม มันคือหนึ่งในเรื่องสั้นที่ปั้นแรงบันดาลใจได้ดีมาก ๆ และเพราะเหตุนี้ผมจึงชอบมัน

นอกจาก 5 เรื่องที่กล่าวไป ก็ยังคงมีชื่อที่คู่ควรต่อการจดจำอื่น ๆ อีกอย่าง Dagon, The Shadow Out of time, The Dunwich Horror และอีกมากมาย ซึ่งคุณสามารถที่จะหาได้ที่ www.hplovecraft.com และถ้าคุณพบเจอกับเรื่องอื่น ๆ ที่ชอบ ก็อย่าลืมที่จะกลับมาบอกให้แก่เราได้รู้ด้วยนะ


Credits:

บทความล่าสุด

ข้อมูลแรกอย่างเป็นทางการของ Ruined King และ Convergence เกมใหม่ในจักรวาล League of Legends

Riot Games เปิดตัวเครื่องหมายการในชื่อ Riot Forge พร้อมประกาศเปิดตัวเกมใหม่ Ruined King: A League of Legends Story ผลงานการพัฒนาของ Airship Syndicate และ Convergence: A League of Legends Story ผลงานการพัฒนาของ Double Stallion Games โดยทั้งคู่นั้นยังเป็นเกมที่มีเรื่องราวในจักรวาล League of Legends (LoL) อีกด้วย

13 การประกาศการเปิดตัวใหญ่ในงาน The Game Awards 2019

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน The Game Awards 2019 ซึ่งก็เป็นเกม Sekiro: Shadows Die Twice นั่นเองที่คว้ารางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง และนอกจากการประกาศผลรางวัลในสาขาต่างๆ แล้ว ในระหว่างการประกาศมันยังมีการประกาศอีกหลายๆ อย่างที่น่าสนใจ

สรุปการประกาศผล The Game Awards 2019

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานประกาศผลรางวัลเกมยอดเยี่ยมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีกับรายการ The Game Awards และก็ต้องขอแสดงความยินดีให้กับทีมงาน FromSoftware สำหรับนำเกมเกม Sekiro: Shadows Die Twice คว้ารางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปีมาครองได้สำเร็จ

Crimson Desert จะเป็นเกมที่มีเนื้อหากว้างใหญ่กว่าเกม MMORPG ในแบบดั้งเดิม

แม้ตลาดเกม MMORPG จะเข้าสู่ช่วงซบเซาและเหลือรอดอยู่เพียงแค่เกมใหญ่ๆ ไม่กี่หัวเท่านั้นในตอนนี้ แต่ทางทีมงาน Pearl Abyss ผู้อยู่เบื้องหลังเกม Black Desert ก็ยังคงยึดติดอยู่กับสิ่งที่พวกเขาเชี่ยวชาญหลังจากเปิดให้บริการเกม Black Desert มาหลายปี ซึ่งพวกเขาก็พร้อมแล้วสำหรับการเดินหน้าต่อในแวดวงเกม MMORPG กับผลงานใหม่ที่ชื่อว่า Crimson Desert ที่จะมาพร้อมกับเนื้อหาที่มากมายกว่าเกม MMORPG ในแบบดั้งเดิม