House of the Dead: Scarlet Dawn Review ปลุกตำนานเกมยิงผี

The House of the Dead เกมตู้ยิงปืนที่ทุกคนก็ต้องรู้จักที่เริ่มให้ผู้เล่นได้สาดกระสุนปืนสั้นแก่เหล่าซอมบี้มากันตั้งแต่ปี 1996 และได้มีการหยุดพักซีรี่ส์ไปตั้งแต่ปี 2005 ในภาค 4 หรือถ้านับภาคแยกที่ออกในปี 2008 อย่าง Loving Deads: The House of the Dead EX ก็ปาเข้าไป 10 ปีแล้วที่ชาวเกมตู้ได้สัมผัสประสบการณ์ของเกมที่ชื่อ The House of the Dead เป็นครั้งสุดท้าย ต้องขออนุญาตไม่นับ Overkill ในปี 2009 เนื่องจากออกเฉพาะคอนโซลเท่านั้น

 

ตู้เกม The House of The Dead ทั้งหมดที่ออกก่อนหน้า Scarlet Dawn

แต่เปรียบเยี่ยงกับผีดิบที่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย ซีรี่ส์ The House of The Dead ได้ยกฝูงซอมบี้กลับมาอีกครั้งในเกมใหม่นามว่า “House of the Dead: Scarlet Dawn”

แต่ก็เหมือนซอมบี้อีกเช่นกัน เพราะกาลเวลาที่ผ่านไปทำให้เหล่าศพเดินได้นี้เน่าเฟะลงจนเกือบจะเรียกว่าไร้น้ำยาเลยก็ว่าได้ แต่ยังดีที่ยังมีเทคโนโลยีสมัยใหม่บางส่วนที่ให้ศพเหล่านี้กลายพันธุ์ขึ้นไปได้อีกขั้นแม้ร่างกายจะเน่าเปื่อยแล้วก็ตามที

ก่อนอื่นใดเราคงต้องพูดกันถึงเนื้อเรื่องของเกมนี้กันก่อน เรื่องราวของ House of the Dead: Scarlet Dawn นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 6 ธันวาคมปี 20xx แต่ว่าเกิดหลังจากเหตุการณ์ของภาค 4 (ปี 2003) และก่อนภาค 3 (ปี 2019) โดยมีตัวละครหลักคือ Ryan Taylor น้องชายของ James Taylor ผู้เป็นพระเอกในภาค 4 และ Kate Green ตัวละครหลักจากภาค 4 ที่กลับมารับบทหลักในภาคนี้อีกครั้ง ทั้งสองแทรกซึมเข้ามาสืบเรื่องสิ่งหนึ่งที่ชื่อว่า Code:R ที่งานปาร์ตี้ใน Scarecrow Mansion แต่ก่อนที่จะได้ความ ผู้จัดงานก็ได้ทำการปล่อยฝูงซอมบี้ออกมาทำร้ายแขกในงานเสียก่อน ทำให้ทั้ง Ryan และ Kate ต้องฝ่าดงซอมบี้และช่วยเหลือแขกเพื่อที่จะค้นความลับของ Code:R และเจ้าของปาร์ตี้ผู้ลึกลับคนนี้ให้ได้

 Kate Green และ Ryan Taylor พระนางของเราในภาคนี้

ในทางด้านของตัวตู้เอง เป็นตู้นั่งขนาดใหญ่ มีจอความละเอียด 1080p ขนาด 55 นิ้ว โมเดลปืนกล MP7 มีแรงสั่นและลำโพงให้ผู้เล่นได้ถือยิง ลำโพง Surround 5.1 เครื่องยิงลมและหลอดไฟบนเพดานเครื่อง เก้าอี้และพื้นที่สั่นได้เพื่อสร้างเอฟเฟคระเบิด ลม และแสงให้เหมือนฉากในเกม ผมรู้สึกตู้ออกแบบมาดี ปืนมีน้ำหนัก (อาจจะมากไปสักหน่อย) และยิงสนุกเพราะแรงสั่นบวกกับลำโพงในปืน ที่ผมชอบที่สุดก็คงเป็นระบบสั่น เป่าลมและแสงไฟของตู้ที่ทำให้การเล่นดูน่าตื่นเต้นมากขึ้นจากภาคก่อน ๆ รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับเกมมากขึ้น

ภายนอกของตู้ House of the Dead Scarlet Dawn

House of the Dead Scarlet Dawn 6
ภาพภายในตู้

House of the Dead Scarlet Dawn 2
ด้านข้างของตู้

House of the Dead Scarlet Dawn 8
ระบบแสงและเป่าลมบนเพดานเครื่อง

ส่วนทางกราฟฟิค ตัวเกมใช้ Unreal Engine 4 ในการพัฒนา ที่ถ้าไม่บอกคงไม่รู้เลยว่านี่คือ UE4 เพราะกราฟฟิคมันดู UE3 ในช่วงที่ UE4 ก่อนจะออกนิดนึงมากกว่า ไม่ใช่ว่าดูไม่สวย แต่ใช้เอนจิ้นไม่คุ้ม ซึ่งเหตุผลที่ทำให้กราฟฟิคไปไม่สุดก็เนื่องมาจากฮาร์ดแวร์ที่ใช้เล่นเกมนั้นรับไม่ไหว ผมพยายามหาข้อมูลบอร์ดของเกมจากคู่มือและในอินเทอร์เน็ตแต่ไม่พบคำยืนยัน แต่ถ้าดูจากการใช้ตัวพอร์ต DVI ในการต่อเข้าจอและส่งภาพออกได้ถึง 1080p จากคู่มือทำให้ผมสันนิษฐานว่าเกมนี้อาจจะใช้บอร์ด Nu ซึ่งเป็นบอร์ดล่าสุดของทางเซก้าที่มีสเปคเป็น i3-3220 รันที่ 3.30Ghz Ram 4GB และมี VGA เป็น GTA 650Ti 1GB แต่บอร์ดนี้ก็มีอายุได้ 5 ปีแล้ว (ตัวเกมใช้บอร์ด ALLS ซึ่งพัฒนาต่อมาจากบอร์ด Nu) เกมนี้อาจจะใช้บอร์ดใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าเครื่องไม่สามารถรันเกมได้ถึง 60fps ในหลายฉาก เนื่องด้วยระบบแสง จำนวนซอมบี้ที่เยอะ ทำให้เฟรมเรทค่อนข้างบ่อย จนบางทีถึงขั้นที่ทำให้เกมรู้สึกหน่วงลงอย่างเห็น ตรงนี้ส่งผลเสียให้กับผู้เล่นเพราะทำให้ผู้เล่นไม่สามารถยิงได้ทันเนื่องจากว่าเกิดการกระตุกของภาพ และมีอาการหน่วง ทำให้เกมไม่สามารถบันทึกการกระทำของผู้เล่นได้ทันซึ่งทำให้เกมที่ยากอยู่แล้วยากขึ้นกว่าเดิมและการข้ามมาใช้ Unreal Engine 4 นั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเสียทีเดียว

House of the Dead Scarlet Dawn 10
จำนวนซอมบี้มากมายที่พยายามเข้ามากัดกินเฟรมเรท

ส่วนทางฝั่งตัวเกม ตู้อินเตอร์ถูกถอดระบบ Master Mode ที่ทำให้เกมยากขึ้น ตัดระบบเซฟข้อมูลผ่านการ์ดและระบบเหรียญที่ใช้ซื้ออาวุธเมื่อเริ่มด่านออก กลายเป็นให้ผู้เล่นสามารถเลือกอาวุธเสริมได้ในตอนเริ่มของทุกด่านแทน โดยระบบนี้มาแทนระบบระเบิดของภาค 4 และมีปุ่มที่ด้ามจับและที่ข้างปืนเพื่อใช้ในการสลับปืนไปมาแทน มีปืนมากมายเช่นปืนลูกซอง ปืนมินิกัน ปืนไฟ ปืนระเบิด RPG ปืนเลเซอร์และโล่ที่เอาไว้กันการโจมตี และอย่างที่ได้พูดไปเมื่อส่วนบน ตัวเกมค่อนข้างจัดว่ายากจนรู้สึกว่าไม่ค่อยจะยุติธรรมกับคนเล่นเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับเกมตู้อยู่แล้ว แต่บางทีก็รู้สึกได้ว่าเหมือนโดนเกมโกง ทำให้เล่นแล้วรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย ด้วยซอมบี้ที่อึดขึ้นและมายืนกองกันหน้าจอเกือบตลอดเวลา ทำให้ต้องขยับปืนมากขึ้น ด้วยน้ำหนักของปืนและจุดที่นั่งที่ใกล้จอกว่าเดิม กว่าจะส่ายปืนไปอีกฝั่งก็อาจจะโดนโจมตีก่อนแล้ว การสลับใช้ปืนอื่นเพื่อเคลียร์กองซอมบี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องฝึกฝน ภาคนี้ยังนำระบบช่วยเพื่อนร่วมทีมกับช่วยตัวประกันแบบภาค 1-3 มาด้วย แต่การช่วยนั้นไม่ได้อะไรนอกจากคะแนนเมื่อจบด่าน และการปล่อยให้ตัวประกันตายหรือเผลอยิงตัวประกันก็ไม่ได้ส่งผลให้ชีวิตลดลง นอกจากจะเก็บอันดับตรงนี้ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่

House of the Dead Scarlet Dawn 9
หน้าจอเลือกปืนตอนเริ่มแต่ละด่าน

เกมใช้ระบบเลือกด่านเหมือนภาค 3 ที่ให้ผู้เล่นเลือกลำดับด่านที่อยากเล่นหลังจากเล่นด่าน 0 จบ โดยถ้านับด่าน 0 แล้วเกมมีทั้งหมด 5 ด่านด้วยกันและมีบอสทั้งหมด 4 ตัว หรือผู้เล่นจะข้ามไปเล่นด่านอื่นตั้งแต่หน้าเมนูเลยก็ได้ ไม่ต้องมาเล่นด่าน 0 ทุกรอบ ในส่วนต่อไปนี้มีการสปอยล์การสู้และฉากจบของบอสหลายตัว [สปอยล์] โดยบอสสองในสี่ตัวนั้นเป็นบอสจากภาคแรก เป็นหุ่นยนต์ถือขวานชื่อ Chariot และค้างคาว Hanged Man บอสแต่ละตัวก็จะมีจุดอ่อนแตกต่างกันไปและเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะบอสใหม่ทั้งสองตัวนั้นผู้เล่นไม่สามารถฆ่าได้ด้วยตัวเอง แต่จะมีอีเวนท์ให้ทำตามแทน โดยเฉพาะบอสสุดท้ายที่ค่อนข้างหน้าผิดหวังเพราะผู้เล่นแทบทำความเสียหายอะไรไม่ได้และต้องฆ่าผ่านทางอื่นเท่านั้น เป็นฉากจบที่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ก็เข้าธีมของเรื่องความหวังอันริบหรี่ของมนุษยชาติได้ดีอยู่ [จบสปอยล์]

หน้าจอเลือกด่านตอนเริ่มเกม สามารถเลือก path mode เพื่อเล่นเลือกด่านได้แต่แรก
หน้าจอเลือกด่านตอนเริ่มเกม สามารถเลือก path mode เพื่อเล่นเลือกด่านได้แต่แรก

House of the Dead Scarlet Dawn 11
หน้าเลือกด่านหลังเล่นด่าน 0 จบ

ที่ผมไม่ชอบเลยของภาคนี้คือการบรรจุกระสุน ภาคนี้ใช้เป็นการบรรจุกระสุนอัตโนมัติเมื่อกระสุนหมด ลาก่อนเสียงรีโหลด หรือไม่ก็ใช้การเอาปืนออกนอกจอแทน ซึ่งเพราะจอใหญ่และผู้เล่นอยู่ใกล้จอ ทำให้สามารถทำได้ยาก ถ้าเอาระบบเขย่าแบบภาค 4 มาใช้จะดีกว่านี้ เพราะระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติและบางเวลาที่เอาปืนหันนอกจอแต่ไม่สุดแล้วเกมไม่บรรจุกระสุนให้นั้นทำให้เสียจังหวะการยิงมาก และเป้าปืนกับจุดที่เล็งบนปืนไม่ตรงกัน คือยิงออกจากปากกระบอกแหละ แต่มันไม่ตรงกับศูนย์เล็งที่อยู่สูงขึ้นมาพอสมควร ทำให้ต้องปรับระยะการยิงนิดหน่อย ผมว่าปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าระยะห่างระหว่างผู้เล่นกับจอนั้นมากกว่านี้ มีบางฉากที่เกมเปลี่ยนอาวุธตามด่านด้วย เช่นเวลามีหนอนเกมอาจจะเปลี่ยนให้ใช้ลูกซอง ซึ่งมีประโยชน์ดีเวลาที่คุณไม่ได้เลือกลูกซอง แต่บางจุดเหมือนเอามาแกล้งมากกว่าเช่นให้ผู้เล่นเอาปืนเลเซอร์ที่ยิงได้ทีละนัดมายิงซอมบี้ในช่วงด่านสุดท้าย อันนี้ผมยิงให้หมดทันที ปืนกลที่เกมให้มาแต่แรกยังเล่นง่ายเสียกว่า

House of the Dead Scarlet Dawn 4
ระบบช่วยเพื่อนและตัวประกันจะมีนาฬิกานับถอยหลังอยู่บนจอ

ในตู้ที่ผมเล่นนั้นเสียงเบามาก คาดว่าเพราะลดเสียงไม่ให้กวนเกมเต้นข้าง ๆ แต่เนื่องจากเกมไม่มีซับไตเติ้ลเลย และเป็นตู้เปิดด้านข้าง ทำให้ต่อให้เปิดเสียงตัง (ตู้ที่สองในอีกห้างหนึ่ง) ก็ได้ยินคำพูดตัวละครไม่ชัดอยู่ดี ได้ยินอุด ๆ อู้ ๆ ใครอยากเสพเนื้อเรื่องก็ต้องทำใจนิดนึงนะครับ

House of the Dead Scarlet Dawn 7
เอฟเฟคทั้งจากปืน จากตู้ ลำโพงและในจอ ทำให้การยิงสนุกขึ้นกว่าภาคก่อนมาก

โดยรวมแล้วผมว่า House of the Dead: Scarlet Dawn เป็นเกมที่พอใช้ ไม่ถึงขั้นตำนานแบบภาคแรกหรือเล่นสนุกอย่างภาค 4 เป็นเกมที่เอาระบบและรูปแบบการเล่นของตั้งแต่ภาค 1-4 มายำรวมกัน ดีบ้าง ไม่ดีบ้างเช่นปืนกลที่เล่นสนุก ระบบเลือกด่านที่ให้อิสระว่าอยากเล่นบอสตัวไหนก่อน ระบบโดนผลักล้มของภาค 4 ที่ให้โอกาสที่สองกับผู้เล่น ระบบช่วยคนที่ไม่ได้ส่งผลต่อการเล่นมากนักและระบบการบรรจุกระสุนที่ทำลายจังหวะเกม แต่ก็เหมาะที่จะเล่นให้จบอย่างน้อยซักรอบหนึ่งสำหรับแฟน ๆ (แต่แนะนำให้เตรียมเหรียญไว้เยอะ ๆ สักประมาณ 3-4 ร้อยบาทในรอบแรกสุด ไม่ก็หาคนเล่นด้วย) ถึงผมเองจะไม่ได้รักเกมนี้เท่าไหร่ อยู่ในระดับที่พอรับได้ ยังรู้สึกว่านี่เป็นการกลับมาของซีรี่ส์ที่ไม่ได้แย่มากนัก และหวังว่าภาคต่อไปจะดีกว่าภาคนี้ เพราะท้ายที่สุด ตราบใดที่เรายังมีชีวิต ความหวังมันก็ยังมีอยู่เสมอ

ถือว่าไม่แย่ (มั้ง) สำหรับการเล่นรอบแรก
ถือว่าไม่แย่ (มั้ง) สำหรับการเล่นรอบแรก

Phantawit Sukjaidee
รักมิวสิคเกมและเกมตู้แบบเข้าเส้น ชอบเสพเนื้อเรื่องเหนือเกมเพลย์และขยาดเกมสยองขวัญทุกชนิด