เอนจินใหม่ใน Halo Infinite จะมีอิสระในการสร้างสรรค์ที่มากขึ้น

และยังเป็นอนาคตของ Halo อีกนับต่อจากนี้

Halo Infinite จะเป็นเกมหัวหอกของเครื่องคอนโซลในยุคใหม่ของ Microsoft และแน่นอนว่ามันก็จะต้องมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากสิ่งที่พวกเขาเคยทำมาเป็นอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือเอนจินของตัวเกมนั่นเองที่จะมีการปรับปรุงยกเครื่องใหม่ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

สำหรับเอนจินใหม่ของ Halo Infinite นั้นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Slipspace ซึ่งเป็นเอนจินใหม่ที่ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยคุณ Daniele Giannetti โดยมันก็จะทำให้ทีมพัฒนาเกมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เข้าไปได้ง่ายขึ้นจากการเปิดเผยของคุณ Bonnie Ross หัวเรือใหญ่ของทีมงาน 343 Industires โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ IGN เอาไว้ว่าทีมงาน 343 Industries ได้มีการทำงานกันอย่างหนักไปกับการใช้เอนจินของเกม Halo ในภาคที่ผ่านมาๆ ซึ่งเสียงบ่นที่ได้รับจากทีมพัฒนาเป็นอย่างมากก็คือมันมีความเฉพาะทางที่มากเกินไปจนทำให้ทีมงานไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เข้าไปในเกมได้ ซึ่งตัวเอนจิน Slipspace นั้นก็จะขอบเขตของความคิดสร้างสรรค์ที่จะใส่ไปในเกมนั้นมีความกว้างขึ้นได้อย่างแน่นอน

“เอนจินของเกม Halo มันมีความเฉพาะทางมากๆ ครับ มันเป็นเอนจินที่เน้นหนักไปในส่วนของวิศวกรรม มันยากมากสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่เข้าไปในงาน” คุณ Bonnie Ross หัวหน้าของทีมงาน 343 กล่าว “มันโคตรยากสำหรับงานที่ต้องมีการสร้างสรรค์มากๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราได้ทำงานเยอะมากๆ ไปกับเกม Halo 4 ในเอนจินเดิมเพื่อให้มันออกมาสุดยอดที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเจเนอเรชันที่ผ่านมาในช่วงปีสุดท้ายของแพลตฟอร์มเกมในตอนนั้น ผมคิดว่านะ”

“เราได้สัญญากับทีมงานว่าเราจะมีการสร้างเครื่องมือใหม่และไปป์ไลน์ สำหรับ Halo 5 ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้เราพัฒนา” คุณ Ross กล่าวต่อ “อย่างที่คุณรู้แผนการที่เรียบง่ายที่สุดคือคุณไม่ต้องทำอะไรกับมัน และทีมงานก็จะมีสิทธิ์ชอบธรรม ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วพวกเขาก็จะมาร้องขอถึงมันเอง”

สำหรับ Slipspace นั้นแน่นอนว่ามันจะเป็นอนาคตสำหรับการพัฒนาเกม Halo ต่อจากนี้ไปอย่างแน่นอน ซึ่งคุณ Ross ก็ยังได้เปิดเผยอีกด้วยว่าเขาเองก็ยังอยากที่จะทำมันต่อไปอีกสักภาคหรือสองภาค ซึ่งด้วยการที่มันมีเอนจินใหม่อย่าง Slipspace มันก็ทำให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ต้องการเข้าไปได้และมันก็ยังเป็นการการันตีอีกด้วยว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นมันจะเป็นอนาคตของแฟรนไชส์ได้อย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

บทความล่าสุด

กว่าจะมาเป็น Siren เกมสยองขวัญสุดคัลท์จากแรงบันดาลใจของ Lovecraft ที่โลกลืม

ในยุคสมัยหนึ่ง "Survival Horror" เคยเป็นแนวเกมหัวหอกในการเป็นรากฐานของการพัฒนาเกมที่ส่งมอบสิ่งต่างๆ ให้กับการพัฒนาเกมในยุคสมัยต่อมา ไล่เรียงมาตั้งแต่เกม Alone in the Dark, Resident Evil และอื่นๆ อีกมากมาย และหนึ่งในเกมที่เราจะไม่กล่าวถึงไปเสียมิได้ก็คือเกม "Silent Hill" เกมสยองขวัญในดวงใจของใครหลายคน ที่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดกลายเป็นเกมสยองขวัญสุดคัลท์ที่ชื่อว่า Siren ขึ้นมานั่นเอง

Google Stadia เตรียมเปิดตัวเกม Time exclusive อีกหลายเกมในช่วงต้นปีนี้

การวางจำหน่ายเกมในรูปแบบ exclusive ได้กลายมาเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมเกมให้ความสนใจกันอีกครั้งหลังจากที่ Epic Games ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมาจากการใช้เนื้อหา Time exclusive มากินส่วนแบ่งไปจากทาง Steam ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทางบริการใหม่ของ Google อย่าง Stadia นั้นก็อาจจะมีการใช้แนวทางเช่นเดียวกันในอนาคตด้วย

Cyberpunk 2077 เลื่อนวางจำหน่ายไปเป็น 17 กันยายนแล้ว

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ติดกระแสโรคเลื่อนไปด้วยสำหรับ Cyberpunk 2077 ผลงานชิ้นใหม่ของทีมงาน CD Projekt Red ที่ทางคุณ Marcin Iwiński ผู้ก่อตั้งทีมพัฒนาและหัวเรือใหญ่คุณ Adam Badowski ได้ออกมาแถลงการณ์แล้วว่าเกม Cyberpunk 2077 จะต้องเลื่อนการวางจำหน่ายไปเป็นวันที่ 17 กันยายนแล้ว

Photogrammetry คืออะไร? ทำไมอุตสาหกรรมเกมยุคใหม่ถึงชอบเอ่ยถึง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้คำว่า “Photogrammetry” เป็นสิ่งที่ทางผู้พัฒนาเกมได้หยิบยกนำมาเป็นประเด็นสำคัญเสมอในกระบวนการสร้างภาพกราฟิกให้ออกมาราวกับโลกแห่งความเป็นจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Resident Evil 7 และ 2 ฉบับสร้างใหม่ หรือ Call of Duty: Modern Warfare และเกมอื่นๆ มันมีกรรมวิธีอย่างไรในการสร้าง และปัจจัยอะไรที่ทำให้มันจะกลายเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานในการสร้างเกมในหลังจากนี้