Cyberpunk 2077 จะไม่มีเกมโอเวอร์แม้ผู้เล่นทำภารกิจล้มเหลว

และระบบสกิลที่จะหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นอกจากโลกของเกมที่สมจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างมากในการสร้างความผูกพันระหว่างผู้เล่นให้กลายเป็นหนึ่งไปกับเกมได้ก็คือเรื่องราวและภารกิจต่างๆ ในเกมที่มันจะต้องมีความสอดคล้องและเป็นเหตุเป็นผลกันดั่งในชีวิตจริง และใน Cyberpunk 2077 มันก็จะมาพร้อมกับเรื่องราวของภารกิจในเกมที่จะส่งผลต่อเนื่องกันไปเป็นทอดๆ ไม่เพียงแต่ภารกิจที่สำเร็จด้วยดีเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงภารกิจที่ผู้เล่นทำไม่สำเร็จอีกด้วย

Cyberpunk 2077 น่าจะเป็นเกมที่แฟนของค่าย CD Projekt RED ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมานานหลายปี และมันก็ทำให้ความอยากของเราเพิ่มมากขึ้นในตอนที่พวกเขาได้เปิดตัวอีกครั้งอย่างเป็นทางการในงาน E3 2018 เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็กลับมาอีกรอบพร้อม เกมเพลย์ที่โชว์เกมการเล่นแบบเต็มอิ่มกว่า 48 นาทีให้เราได้ชมกัน ซึ่งก็เชื่อว่าหลังจากที่ได้ชมกันไป มันก็ทำให้เหล่าแฟนๆ เต็มไปด้วยคำถามมากมายว่า ในเกมเพลย์ 48 นาทีนั้น มันยังมีอะไรอีกบ้างที่พวกเขายังไม่รู้หรือยังไม่สังเกต

และเพื่อตอบคำถามเหล่านั้นจากบรรดาแฟนเกมจากทุกมุมโลก พวกเขาก็ได้จัด Community Interview เอาไว้บนเว็บบอร์ด Official ของทาง CD Projekt Red ให้เหล่าแฟนผู้เต็มไปด้วยความสงสัยได้เข้ามาถามคำถามในหลายๆ เรื่องที่อยากจะรู้ และมันก็มีหนึ่งในคำถามจากแฟนเกมท่านหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับเรื่องของระบบเควสในเกม และเงื่อนของที่จะทำให้เควสหรือสภาวะที่จะเกิดขึ้นหากภารกิจในเกมนั้นล้มเหลว ซึ่งคุณ Philipp Weber ผู้ออกแบบเควสของเกม ก็ได้มาตอบคำถามนี้ โดยเขาได้บอกว่าเควส หรือภารกิจในเกมที่ล้มเหลวนั้น จะยังคงมีความหมายและจะยังส่งผลต่อเนื้อเรื่องภายในเกมด้วย ซึ่งต่อให้ผู้เล่นทำภารกิจไม่สำเร็จมันก็จะไม่มีหน้าจอ Game Over ขึ้นมาใดๆ ทั้งสิ้น

“ใช้แล้วครับคุณล้มเหลวได้ และสิ่งที่เราจะไม่มีทางมีก็คือสถานะเกมโอเวอร์ และมันก็จะเกมโอเวอร์ได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นโดนยิงจนตายเท่านั้น นั่นแหละครับถ้าคุณทำเควสล้มเหลว มันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งไปกับเนื้อเรื่องและคุณก็จะต้องจัดการรับมือกับผลลัพธ์ที่ตามมา”

และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคุณ Philipp Weber ยังได้บอกพูดถึงระบบ Progression ของ Skill ต่างๆ ในเกมด้วย ซึ่งหลายคนก็น่าจะพอรู้กันแล้วว่าใน Cyberpunk 2077 นั้นมันจะประกอบไปได้สกิลหรือทักษะที่แบ่งออกเป็น 3 สาย อันได้แก่ Solo, Netrunner และ Techie โดยเกมก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถผสมผสานทักษะทั้ง 3 สายได้อย่างอิสระ และก็จะไม่ได้บังคับให้ผู้เล่นต้องผสมทักษะหลายๆ สายเพื่อที่จะพิชิตเนื้อเรื่องให้ได้ ซึ่งผู้เล่นที่ชอบเล่นสายทักษะสายใดสายหนึ่งก็อาจเล่นเพียงแค่สายนั้นเพียงสายเดียวเพื่อให้เชี่ยวชาญก็ได้เช่นกัน นั่นคือสิ่งที่คุณ Weber ได้อธิบายไว้

“การสร้างปั้นแต่งระบบ Skill Progression ของเกมนั้นยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาอย่างเต็มที่ สิ่งที่เรารู้ตอนนี้ก็คือการแบ่งออกเป็น 3 เส้นทางที่ผู้เล่นสามารถเลือกเดินได้ทั้งเส้นทางสาย Solo เส้นทางสาย Netrunner และเส้นทางสาย Techie”

“เมื่อเทียบกับ The Witcher แล้วเรามีอิสระที่มากกว่ามากในการสร้างความหลากหลายให้กับทักษะต่างๆ เท่าที่มันจะทำได้ ใน The Witcher 3 ทักษะต่างๆ ในเกมนั้นจำต้องสร้างเพื่อให้มันดูเป็นเหตุเป็นผลสำหรับ Geralt ที่เป็น Witcher และการที่เราได้อิสระมากขึ้นในเกมนี้มันก็ทำให้การหนทางในการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงเป็นไปได้ได้หลากหลายแนวทางมากยิ่งขึ้น”

“เราสามารถมีสาย Solo ที่บึกบึนที่ทำให้สามารถแบกปืนอันโตได้ และคุณก็สามารถสร้างตัวละครที่เหมือนกับใน ตัวละครหลักใน Ghost in the Shell ก็ได้ถ้าคุณต้องการ ที่พื้นฐานมันก็คือ Cyberninja ที่เราก็มีทักษะต่างๆ ที่ได้เตรียมเอาไว้เป็นอย่างดี”

Cyberpunk 2077 First Person

แม้ทาง CD Projekt Red จะนำเอาเกมเพลย์กว่า 48 นาทีมาแสดงให้เราได้ชมกัน และพวกเขาเองก็ได้ยืนยันแล้วว่าเกมของพวกเขาสามารถเล่นได้แล้วตั้งแต่ต้นยันจบ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายออกมาในตอนนี้ และแม้เกมจะมีเรื่องราวที่สอดประสานเข้ากับโลกของเกมได้มากเพียงไหน แต่มันก็ยังเต็มไปด้วยข้อกังขาจากแฟนเกมอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกันถึงมุมมองในเกมที่แปรเปลี่ยนไปจากเกมเดิมที่พวกเขาเคยทำ แต่เราก็เชื่อว่าเมื่อมันออกวางจำหน่าย มันจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเกมอย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:GamingBolt