Cyberpunk 2077 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เล่นหลายรอบได้ไม่รู้เบื่อ

เควสรองในเกมนั้นจะไม่ใช่เควสรองธรรมดาแต่มันจะส่งผลไปยังสิ่งต่างๆ ทั้งหมดในเควสที่เหลือ และแม้กระทั่งเควสหลัก

The Witcher 3 ของงานของ CD Projekt Red อาจเป็นเกมที่มีเนื้อหาล้ำลึกและกว้างใหญ่อย่างหาเกมใดเปรียบมิได้ในตอนนี้ แต่ด้วยการมาของผลงานใหม่ของพวกเขาอย่าง Cyberpunk 2077 มันก็อาจมีการเพิ่มชั้นความลึกเข้าไปในเกมการเล่นของพวกเขาอีกชั้นก็เป็นได้ด้วยการที่มันได้ถูกออกแบบให้เล่นซ้ำได้ไม่ต่ำกว่า 3 รอบ

สิ่งหนึ่งที่ Cyberpunk 2077 มีความแตกต่างไปจาก The Witcher 3 ก็คือเกมจะไม่ได้มีขนาดแผนที่ที่ใหญ่เท่า แต่แทนที่ด้วยสิ่งนั้นทาง CD Projekt Red จึงได้มีการสร้างระบบเกมการเล่นที่มีความซับซ้อนขึ้นมาแทน ซึ่งในเกมนั้นผู้เล่นจะได้พบกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวมากมายตลอดเวลา ยังมีเควสจำนวนมากที่นอกเหนือไปจากเควสเนื้อเรื่องหลักของตัวเกมอีกด้วย โดนเป็นข้อมูลจากทางผู้ใช้งาน Reddit คนหนึ่งที่ได้เข้าไปทดสอบเกมภายในงาน Cyberpunk 2077 ที่ทาง CD Projekt Red จัดขึ้นที่กรุงวอร์ซอ โดยเขาได้ออกมาให้ข้อมูลว่าเควสรองของเกมนั้นก็จะเต็มไปด้วยทางเลือกมากมาย และส่วนใหญ่มันก็ยังมีผลกระทบที่โยงใยไปยังเควสอื่นๆ อีกด้วย

ด้วยเส้นทางที่แตกต่างนี้มันก็อาจจะเป็นที่มาที่ทำให้ผู้เล่นอย่างกลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง เควสรองในเกมนั้นจะไม่ใช่เควสรองธรรมดาแต่มันจะส่งผลไปยังสิ่งต่างๆ ทั้งหมดในเควสที่เหลือ และแม้กระทั่งเควสหลักเสียยิ่งกว่าที่เราเคยได้สัมผัสใน The Witcher 3 และมันก็จะทำให้การกลับมาเล่นในแต่ละรอบแทบจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้การย้อนกลับมาเล่นยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกี่ยวกับตอนจบของเกมอีกด้วย ซึ่งเมื่อจบเกมแล้วเกมจะมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือกที่จะดำเนินเรื่องราวต่อไปได้ด้วย และทาง CD Projekt Red ก็มีวิธีการเจ๋งๆ แล้วในการดึงดูดให้ผู้เล่นกลับมาเล่นเกมของพวกเขากันอีกครั้งหลังเนื้อเรื่องหลักเสร็จสมบูรณ์

นอกจากนี้ในโพสต์บนเว็บไซต์ Reddit ยังได้ออกมาพูดถึงระบบสภาพอากาศที่เป็นพลวัตที่จะส่งผลกระทบต่อการตอบสนองของ NPC ในเกม อาชญากรรมเล็กๆ น้อยอาจถูกละเลยโดยตำรวจ และวิธีการที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถทำลายพื้นที่ในเกมไปถึงสามในสี่ได้อีกด้วย

Cyberpunk 2077 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 เมษายน 2020 ทั้งบน PC, Xbox One และ PlayStation 4

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

บทความล่าสุด

กว่าจะมาเป็น Siren เกมสยองขวัญสุดคัลท์จากแรงบันดาลใจของ Lovecraft ที่โลกลืม

ในยุคสมัยหนึ่ง "Survival Horror" เคยเป็นแนวเกมหัวหอกในการเป็นรากฐานของการพัฒนาเกมที่ส่งมอบสิ่งต่างๆ ให้กับการพัฒนาเกมในยุคสมัยต่อมา ไล่เรียงมาตั้งแต่เกม Alone in the Dark, Resident Evil และอื่นๆ อีกมากมาย และหนึ่งในเกมที่เราจะไม่กล่าวถึงไปเสียมิได้ก็คือเกม "Silent Hill" เกมสยองขวัญในดวงใจของใครหลายคน ที่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดกลายเป็นเกมสยองขวัญสุดคัลท์ที่ชื่อว่า Siren ขึ้นมานั่นเอง

Google Stadia เตรียมเปิดตัวเกม Time exclusive อีกหลายเกมในช่วงต้นปีนี้

การวางจำหน่ายเกมในรูปแบบ exclusive ได้กลายมาเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมเกมให้ความสนใจกันอีกครั้งหลังจากที่ Epic Games ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมาจากการใช้เนื้อหา Time exclusive มากินส่วนแบ่งไปจากทาง Steam ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทางบริการใหม่ของ Google อย่าง Stadia นั้นก็อาจจะมีการใช้แนวทางเช่นเดียวกันในอนาคตด้วย

Cyberpunk 2077 เลื่อนวางจำหน่ายไปเป็น 17 กันยายนแล้ว

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ติดกระแสโรคเลื่อนไปด้วยสำหรับ Cyberpunk 2077 ผลงานชิ้นใหม่ของทีมงาน CD Projekt Red ที่ทางคุณ Marcin Iwiński ผู้ก่อตั้งทีมพัฒนาและหัวเรือใหญ่คุณ Adam Badowski ได้ออกมาแถลงการณ์แล้วว่าเกม Cyberpunk 2077 จะต้องเลื่อนการวางจำหน่ายไปเป็นวันที่ 17 กันยายนแล้ว

Photogrammetry คืออะไร? ทำไมอุตสาหกรรมเกมยุคใหม่ถึงชอบเอ่ยถึง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้คำว่า “Photogrammetry” เป็นสิ่งที่ทางผู้พัฒนาเกมได้หยิบยกนำมาเป็นประเด็นสำคัญเสมอในกระบวนการสร้างภาพกราฟิกให้ออกมาราวกับโลกแห่งความเป็นจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Resident Evil 7 และ 2 ฉบับสร้างใหม่ หรือ Call of Duty: Modern Warfare และเกมอื่นๆ มันมีกรรมวิธีอย่างไรในการสร้าง และปัจจัยอะไรที่ทำให้มันจะกลายเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานในการสร้างเกมในหลังจากนี้