ในช่วงเทศกาล Black Friday ที่ผ่านมามีผู้คนจับจ่ายซื้อเกมดิจิทัลรวมเป็นมูลค่ากว่า 4.36 พันล้านเหรียญ

ทำลายสถิติเดิมและเพิ่มขึ้นถึง 9 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

Black Friday เป็นเทศกาลที่ผู้จัดจำหน่ายเกมต่างขนเกมมาเทกระหน่ำลดราคากันทุกเจ้าตามธรรมเนียมของทุกปี แต่ปีนี้ต้องบอกว่ามันมีการเติบโตของตัวเลขที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งจากรายงานของ SuperData ก็พบว่ามันมีผู้จับจ่ายซื้อเกมดิจิทัลในช่วงเทศกาลดังกล่าวเป็นมูลค่าถึง 4.36 พันล้านเหรียญเลยทีเดียว

จากข้อมูลของ SuperData ได้มีการระบุว่ามีผู้จับจ่ายซื้อสินค้าประเภทดิจิทัลในช่วงสุดสัปดาห์ Black Friday เพิ่มขึ้นถึง 9 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีเกมอย่าง Death Strading และ Call of Duty: Modern Warfare นั่นเองที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดจับจ่ายซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น และนอกจากเกมดิจิทัลแล้วยอดการจับจ่ายซื้อเนื้อหาภายในเกม (in-game conten) เองก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกันรวมไปถึงยอดการขายผ่านทางหน้าร้านดิจิทัลในแพล็ตฟอร์มต่างๆ อีกมากมาย

สำหรับเกม Free-to-play นั้นข้อมูลของ SuperData ได้มีการระบุว่ามันยังคงทำเงินได้เป็นจำนวนมากอย่างเช่นเคยโดยในช่วง Black Friday ที่ผ่านมาก็ยังสามารถทำยอดการซื้อสินค้าภายในเกมได้อยู่ที่ราว 3.3 พันล้านเหรียญ โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 13 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และเนื้อหา Premium ต่างๆ บน PC เองก็ยังทำเงินได้กว่า 300 ล้านเหรียญอีกด้วย

นอกจากนี้ทาง SuperData ยังได้คาดการณ์อีกด้วยว่ากำไรจากซื้อสินค้าภายในเกมของสหรัฐอเมริกาน่าจะยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่เท่าเดิมกับในปี 2018 และยังมีการคาดการณ์อีกด้วยว่าบริการ subscription service ต่างๆ อย่าง Google Stadia และ Xbox Game Pass นั้นจะมีกำไรที่เพิ่มด้วยเช่นกันโดยคาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นอยู่ที่ 47 เปอร์เซ็นต์และน่าจะทำรายได้รวมสูงถึง 1.15 พันล้านเหรียญภายในปีหน้า 2020 อีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: