Activision Blizzard ไตรมาส 2 รายได้ร่วง 28% แม้เพิ่งเปิดตัว Diablo Immortal

diablo immortal q2

Activision Blizzard แถลงผลประกอบการ รายได้ร่วง 28% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 แม้เพิ่งจะเปิดให้บริการเกม Diablo Immortal ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของ Activision Blizzard

  • รายได้ (Revenue) : 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรํฐฯ (ลดลง 28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา)
  • รายได้จากการประมาณการ (Bookings) : 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรํฐฯ (ลดลง 15%)
  • รายได้สุทธิ (Net income) : 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ลดลง 68%)
  • ยอดผู้ใช้แอคทีฟรายเดือน (Monthly active users) : 361 ล้านราย (ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน)

ผลประกอบการของแต่ละบริษัท

Activision

  • รายได้ (Revenue) : 490 ล้านเหรียญ (ลดลง 38% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา)
  • ยอดผู้ใช้แอคทีฟรายเดือน (Monthly active users) : 94 ล้านราย (ลดลง 26% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า)

เป็นยอดผู้ใช้แอคทีฟรายเดือนที่ต่ำที่สุดของ Activision นับตั้งแต่เปิดให้บริการเกม Call of Duty Mobile ในปี 2019 อย่างไรก็ดีทาง Activision ก็ยืนยันว่า Call of Duty: Vanguard และ Call of Duty: Wazone มีศักยภาพที่กระเตื้องขึ้นกว่าไตรมาสแรก แต่รายได้จากการประมาณการจากทั้งพีซีและเครื่องคอนโซลของแฟรนไชส์ยังคงลดลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในส่วนของเกม Call of Duty Mobile ยังคงอยู่ในสถานะที่ไม่ดีหรือแย่ไปกว่านี้แล้ว

Blizzard Entertainment

รายได้ (Revenue) : 401 ล้านเหรียญ (ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา)
ยอดผู้ใช้แอคทีฟรายเดือน (Monthly active users) : 27 ล้านราย (เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า)

รายได้ที่ลดลงทาง Blizzard Entertainment ให้เหตุผลว่ามันเป็นการยากที่จะเทียบกับการวางจำหน่ายส่วนเสริม Burining Crusade Classic ให้กับเกม World of Warcraft เมื่อปีที่ผ่านมา

ยอดผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดให้บริการ Diablo Immortal เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเกม Hearthstone ที่ยังเติบโตเรื่อยๆ และเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาสที่ผ่านมาที่ตัวเลขยอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ยังไม่สามารถเทียบกับความสำเร็จที่ Call of Duty Mobile เคยทำได้ ที่ทำให้ยอดผู้ใช้แอคทีฟรายเดือนเพิ่มขึ้นจาก 36 ล้านรายเป็น 128 ล้านรายภายในตอนที่เกมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2019

King

รายได้ (Revenue) : 681 ล้านเหรียญ (เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา)
ยอดผู้ใช้แอคทีฟรายเดือน (Monthly active users) : 240 ล้านราย (ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า)

โดยรายได้หลักของ King ยังคงมาจากเกม Candy Crush ที่ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยในตอนนี้มันมีจำนวนผู้เล่นที่จ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2 หลักแล้วเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งตัวเกมเป็นแฟรนไชส์เกมที่ทำรายได้มากที่สุดบนแอปสโตร์ของอเมริกามา 20 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว

แผนการในอนาคต

สำหรับการควบรวมบริษัทกับทาง Microsoft ทาง Activision Blizzard ยังไม่รายละเอียดออกมาเพิ่มเติม ซึ่งทางค่ายยังคงประมาณการว่ารายได้และปันผลน่าจะยังคงลดลงไปเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ก็คาดว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในไตรมาสที่ 4 จากการวางจำหน่ายเกมต่างๆ ของทางค่ายทั้ง Call of Duty: Modern Warfare 2, Call of Duty: Warzone 2.0, World of Warcraft: Wrath of the Lich King Classic, World of Warcraf: Dragonflight และ Overwatch 2 โดย Diablo 4 ยังคงมีแผนที่จะออกวางจำหน่ายภายในปี 2023

ที่มา: Gameindustry.biz

Total
0
Shares
0 Share
0 Tweet
0 Share
0 Share
Previous Post
the callisto protocol gore

The Callisto Protocol จะโหดกว่า Dead Space ด้วยระบบการฉีกขาดที่ได้รับการปรับปรุงขึ้น

Next Post
supermassive art

Nordisk Games ซื้อกิจการ Supermassive Games

Total
0
Share